เวลาที่เราติดตามไอดอลหรือต้นแบบของชีวิตไม่ว่าจะในแขนงไหนก็ตาม นอกเหนือไปจากการทำงานของเขาที่เราชื่นชมแล้ว สิ่งหนึ่งที่เราก็แอบอยากจะรู้ไม่แพ้กันก็คือชีวิตความเป็นอยู่ เขาอยู่แบบไหน โตมาอย่างไร มีวิธีคิดในชีวิตอย่างไรถึงได้ประสบความสำเร็จ และจุดเริ่มต้นหนึ่งที่หลายๆ คนมีเหมือนกันก็คือ บ้าน ที่นอกจากจะเป็นหลุมหลบภัยแล้ว ยังเป็นที่ที่ทำให้กำเนิดไอเดียเจ๋งๆ มากมาย และถ้าคุณชื่นชอบในสถาปัตยกรรมและเป็นติดตามงานสถาปัตยกรรมมาตลอด จะต้องถูกใจคอนเทนต์นี้แน่นอน กับ 10 บ้านสถาปนิกระดับตำนาน มาดูกันสิว่าเบื้องหลังผู้ที่ออกแบบผลงานสถาปัตย์ระดับโลก มีความเป็นอยู่กันอย่างไร

1.บ้านของ Lina Bo Bardi’s สถาปนิกคนสำคัญผู้เปลี่ยนแปลงสถาปัตยกรรมบราซิล

บ้านในรูปแบบสไตล์ Glass House หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ Casa de Vidro ของเธอนั้นตั้งอยู่ในเมือง  São Paulo ประเทศบราซิล ตัวบ้านเป็นแบบคอนกรีตเสริมเหล็กที่ล้อมรอบไปด้วยป่าฝน ด้วยการออกแบบให้มีกระจกที่สูงโปร่งจึงทำให้สามารถเห็นต้นไม้และธรรมชาติที่อยู่นอกตัวบ้านได้อย่างเต็มตา Casa de Vidro ใช้เวลาในการก่อสร้างทั้งหมด 1 ปี  (1950 – 1951) Lina Bo Bardi’s อาศัยอยู่ที่บ้านแห่งนี้กับสามีของเธอ Pietro Bardi ตั้งแต่ปี 1951 จนถึงปี 1992 ที่เธอจากโลกนี้ไป

Lina Bo Bardi (1914 – 1992) สถาปนิกหญิงชาวอิตาลีที่ไปใช้ชีวิตอยู่ในประเทศบราซิล เธอมีชื่อเสียงในด้านการออกแบบเฟอร์นิเจอร์  และได้ออกแบบพิพิธภัณฑ์ São Paulo Museum of Art(MASP) ในเมือง São Paulo ประเทศบราซิล ในอดีตเธอยังเคยดำรงตำแหน่งรองบรรณาธิการของ Domus magazine อีกด้วย


2.บ้านของ Eileen Gray สถาปนิกและดีไซน์เนอร์ผู้ออกแบบเก้าอี้ที่โด่งดังในศตวรรษที่ 20 Bibendum Chair 

บ้านแบบโมเดิร์นในปี 1924 ของ Eileen Gray นั้นมีชื่อสุดเก๋ไก๋ว่า E-1027 เธอได้ร่วมออกแบบบ้านหลังนี้กับคนรักของเธอ Jean Badovici บ้านทรงเหลี่ยม E-1027  นี้ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของฝรั่งเศสใกล้ๆ กับโมนาโกติดกับทะเล ลักษณะของตัวบ้านเป็นสไตล์ Modernist หลังคาเรียบ อาคารเป็นรูปตัว L มีบันไดวน และระเบียงยาวที่สามารถเห็นทะเลได้สุดลูกหูลูกตา

Eileen Gray ( 1878 –  1976 ) คือดีไซน์เนอร์และสถาปนิกที่มีผลงานในการออกแบบเก้าอี้สุดโมเดิร์นที่ชื่อ Bibendum Chair ถือกลายเป็นงานชิ้นเอกของเธอจนผู้คนต้องเอ่ยปากชม และโต๊ะกระจกกลม E.1027 ที่เป็นต้นแบบการออกแบบให้กับดีไซน์เนอร์ยุคหลังมากมาย รวมไปถึงงานสถาปัตยกรรมที่เธอร่วมออกแบบบ้าน E-1027 และหลังจากที่เธอแยกทางกับ Jean เธอก็ได้ออกแบบบ้านใหม่ที่ชื่อ Tempe à Pailla ขึ้น เป็นอีกหนึ่งผลงานออกแบบแห่งยุค Modernist architecture


3.บ้านของ Walter Gropius สถาปนิกผู้ก่อตั้ง Bauhaus School และเป็นผู้ทรงอิทธิพลของสถาปัตยกรรมยุคทันสมัย

บ้านที่ดูเรียบง่ายและไม่ได้ใหญ่โตมากมายของ Walter Gopius หลังนี้ สร้างเสร็จในปี 1938 ตั้งอยู่ที่ Massachusetts ตัวบ้านที่ประกอบไปด้วยวัสดุอย่างไม้ อิฐ และหินธรรมชาติ  บวกกับจุดเด่นของตัวบ้านอย่างผนังบล็อกแก้ว (Glass Block) และบันไดวนที่อยู่ด้านนอกของอาคาร ทำให้บ้านหลังนี้ดูเรียบง่ายแต่ก็มีความสะดุดตา ตัวบ้านห้อมรอบไปด้วยพื้นที่โล่งกว้าง เป็นการดีไซน์ที่เรียบง่ายไม่ซับซ้อน

Walter Gropius (1883 – 1969) สถาปนิกชาวเยอรมันที่ก่อตั้ง Bauhaus School เป็นหนึ่งในผู้บุกเบิก modernist architecture ทรงอิทธิพลทางความคิดของสถาปัตยกรรมยุคทันสมัย และเป็นต้นแบบให้กับสถาปนิกรุ่นหลัง เป็นผู้ให้กำเนิดศิลปะแบบ building house (Bauhaus) ศิลปะที่เรียบง่าย ชัดเจน Gropius เป็นผู้ออกแบบ the Fagus Factory โรงงานรองเท้าที่โดดเด่นด้วยผนังกระจกขนาดใหญ่นั่นเอง


4.บ้านของ Ernö Goldfinger สถาปนิกผู้มีชื่อเสียงในด้านการออกแบบที่อยู่อาศัยแบบ Tower Block

บ้าน ‘2 Willow Road’ ของ Ernö Goldfinger สร้างเสร็จในปี 1939 ตั้งอยู่ในลอนดอน มีจุดเด่นที่การออกแบบ Terrace ให้เป็นสามส่วน ตัวอาคารเป็นอิฐแดง มีหน้าต่างเปิดโล่งให้เห็นภายนอกได้ชัดเจน เป็นสถาปัตยกรรมแบบ Modernist ซึ่งปัจจุบันได้รับการดูแลโดย National Trust (องค์กรอนุรักษ์แห่งชาติ)

Ernö Goldfinger (1902 – 1987) สถาปนิกชาวฮังการีที่มาใช้ชีวิตอยู่ในอังกฤษ เป็นหนึ่งในสถาปนิกในช่วง Modernist architectural movement และเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในด้านการออกแบบที่อยู่อาศัยแบบ Tower Blocks ผลงานการออกแบบที่โดดเด่นของเขาก็เช่น Trellick Tower ที่มีเอกลักษณ์ในลอนดอน


5. บ้านของ Charles และ Ray Eames คู่สามีภรรยาสถาปนิกและดีไซน์เนอร์ที่ออกแบบเก้าอี้ Eames Lounge Chair

‘Eames House’ คือชื่อบ้านของคู่สามีภรรยานักดีไซน์ที่มีความสำคัญต่อวงการดีไซน์อย่าง Charles และ Ray Eames ตั้งอยู่ในเมือง Los Angeles เป็นทั้งบ้านพักผ่อนและสตูดิโอของพวกเขา Eames House สร้างในปี 1949 มีโครงสร้างที่คัลเลอร์ฟลู โดยการจากการศึกษาบ้านกว่า 25 หลัง และการตกแต่งที่ใช้ material ที่พวกเขาเรียนรู้มาจากสงครามโลกครั้งที่ 2 หน้าต่างบานใหญ่ก็ยังเป็นจุดเด่นของตัวบ้านอีกเช่นเคย

Charles ( 1907 – 1978) และ Ray Eames (1912 – 1988) เป็นสถาปนิกและดีไซน์เนอร์ที่ออกแบบเฟอร์นิเจอร์ในตำนานอย่าง Eames Lounge Chair ร่วมกันออกแบบให้เป็นของขวัญ Billy Wilder ผู้กำกับหนังฮอลลีวู้ด จนกลายเป็นเฟอร์นิเจอร์ราคาแพงระดับ hi-end จุดเด่นคือการออกแบบให้รองรับสรีระของผู้ใช้ นอกจากนี้พวกเขายังมีผลงานการออกแบบสถาปัตยกรรมให้บ้านอีกหลายหลังด้วยกัน ถือเป็นคู่ตำนวนของวงการเลยก็คงจะไม่ผิด


6. บ้านของ Sir John Soane สถาปนิกที่มีชื่อในยุค Neo-Classical style 

บ้าน Sir John Soane ที่ทุกวันนี้ได้กลายเป็น Sir John Soane’s Museum ไปแล้ว บ้านหลังนี้สร้างขึ้นเมื่อ 180 ปีที่แล้ว ตัวอาคารเป็นอิฐ ซึ่งไม่ได้เป็นแค่บ้าน แต่เป็นทั้งที่เก็บผลงานศิลปะ และของสะสมโบราณของ อาคารเป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบ Neo-Classic ภายหลัง  Sir John Soane ได้ออกจากบ้านและเปลี่ยนให้เป็นพิพิธภัณฑ์ เพื่อให้เป็นที่ศึกษาแก่นักเรียนสถาปัตย์รุ่นหลังต่อไป

Sir John Soane (1753 – 1837) สถาปนิกที่มีผลงานโดดเด่นและเป็นที่รู้จักของสไตล์ Neo-Classical ผลงานของเขามีเอกลักษณ์ มีความสะอาดตา สมส่วน และโดดเด่น ผลงานชิ้นเอกของเขาคือ Bank of England รวมไปถึงผลงานสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นไม่แพ้กันอย่าง  Dulwich Picture Gallery, Pitzhanger Manor, Royal Hospital Chelsea เป็นต้น


7. บ้านของ Oscar Niemeyer หนึ่งในสถาปนิกคนสำคัญแห่งยุคทันสมัย และได้รับการยกย่องว่าผลงานสถาปัตยกรรมสวยงามเหมือนประติมากรรม 

‘Casa Das Conoas’ บ้านของ Ocar Niemeyer ที่สร้างขึ้นในปี 1951 ตั้งอยู่ที่เมือง Rio de Janeiro ด้วยการออกแบบให้มีลักษณะเฉพาะของเส้นโค้งที่รับกันกับสระว่ายน้ำที่ล้อมด้วยธรรมชาติ ซึ่ง Niemeyer ใช้คำว่า ‘tropical eroticism’ เพื่อจำกัดความผลงานของเขา และใช้คอนกรีตเสริมแรงกับตัวอาคาร Ocar Niemeyer อาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้กับภรรยาของเขา

Ocar Niemeyer  (1907 – 2012) เป็นสถาปนิกชาวบราซิลที่มีผลงานโดดเด่นในด้านการใช้เส้นโค้ง และมีเอกลักษณ์จนได้รับการยกย่องว่าเป็นอนุสาวรีย์แห่งประติมากรรม เขาหลงใหลในเส้นโค้งเป็นอย่างมาก ดูได้จากผลงานการออกแบบของเขา ไม่ว่าจะเป็น International Cultural Centre ในสเปน หรือแม้แต่ Niterói Contemporary Art Museum  ในบราซิล ก็ล้วนมีรูปแบบของเส้นโค้งอันเป็นเอกลักษณ์ของ Niemeyer


8. บ้านของ Le Corbusier สถาปนิกแห่งศตวรรษที่ 20 มีผลงานโดดเด่นในแนว  purism (พิสุทธินิยม) 

‘Cabanon’ คือบ้านในฝรั่งเศสที่ Le Corbusier ตั้งใจออกแบบให้เป็นของขวัญแก่ Yvonne ภรรยาของเขาในปี 1959 เป็นบ้านหรือกระท่อมที่มีเพียงห้องเดียว มาพร้อมกับเฟอร์นิเจอร์ไม้ Built-in โดยได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากห้องของผู้ที่ออกบวช เป็นบ้านที่เหมาะกับการอาศัยอยู่ลำพัง มีโซนพื้นที่สำหรับสวดมนต์ กินข้าว และพักผ่อน ซึ่ง Le Corbusier จะหลบมาอยู่อย่างสันโดษที่นี่ในเดือนสิงหาคมเป็นเวลา 18 ปี งานออกแบบ Cabanon นี้ยังถูกบรรจุไว้ในมรดกโลก UNESCO ด้วย

Le Corbusier (1887-1965) สถาปนิกชาว Swiss-French ที่มีอิทธิพลต่อศตวรรษที่ 20 เขาชื่นชอบแนวคิดและการออกแบบแนว Purism และมีผลงานในด้านการวางผังเมือง งานสถาปัตยกรรมของเขาส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นคอนกรีตเปลือย และมีการใช้หน้าต่างแบบ ribbon window  และการยกพื้นที่ให้ลอยตัว เหมือนที่เราได้จากการออกแบบ Villa Savoye และ National Museum of Western Art เป็นต้น Le Corbusier ยังสนับสนุนแนวคิดแบบ Futurism (อนาคตนิยม) อีกด้วย


9. บ้านของ Frank Gehry สถาปนิกคนสำคัญแห่งวงการสถาปัตยกรรมร่วมสมัย 

Gehry Residence คือบ้านสุดเก๋ในเมือง Santa Monica  ของ Frank Gehry ที่ออกแบบขึ้นในยุค 70s ด้วยแนวคิดของสถาปัตยกรรม แบบ deconstruction ตัวบ้านมีขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ และถูกกล่าวขานอย่างแพร่หลายเพราะมันดูแปลกประหลาดในยุคนั้นมากทีเดียว

Frank Gehry (1929-ปัจจุบัน) สถาปนิกชาวแคนาดาที่อาศัยอยู่ในอเมริกา ผู้มีสไตล์การออกแบบที่โดดเด่นในแนว contemporary architecture หรือสถาปัตยกรรมร่วมสมัย  ผลงานการออกแบบของเขามีความหลากหลายมากตั้งแต่พิพิธภัณฑ์ ที่พักอาศัย ไปจนถึงสถานที่ท่องเที่ยว โดยผลงานสถาปัตยกรรมที่สร้างชื่อให้กับเขาได้แก่ Walt Disney Concert Hall, Louis Vuitton Foundation, Weisman Art Museum เป็นต้น


10. บ้านของ Zaha Hadid สถาปนิกหญิงผู้ออกแบบสถาปัตยกรรมแห่งโลกอนาคต 

Clerkenwell  Penthouse ในลอนดอนคือบ้านของ Zaha Hadid เป็น Penthouse แบบ Futuristic  ซึ่งเธอได้ตกแต่งบ้านให้เต็มไปด้วยผลงานศิลปะจนดูเหมือนแกลอรี่ยังไงยังงั้น แถมยังเป็นบ้านที่มีบรรยากาศของความเป็น avant-garde design และเน้นสีขาวทำให้ดูโล่งโปร่งแต่ก็หรูหราในเวลาเดียว

Zaha Hadid (1950 -2016) คือสถาปนิกหญิงชาวอิรักที่เติบโตในอังกฤษ เธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้รับรางวัล Pritzker Architecture Prize เธอถูกขนานนามว่าเป็น ‘Queen of the curve’  ผลงานส่วนใหญ่ของเธอคือ deconstruction ที่ให้ความรู้สึกแบบอนาคต (Futuristic) ผลงานที่ Hadid ออกแบบได้แก่ MAXXI ในกรุงโรม Dongdaemun Design Plaza ในเกาหลี และ Heydar Aliyev Center เป็นต้น

ที่มา : anothermag