เคยได้ยินไหมว่าเขาว่ากันว่ารัฐบาลคอยจับตาดูเราอยู่ทุกฝีเก้า ? และหากยิ่งเป็นประเทศมหาอำนาจอย่างอเมริกาล่ะ มันยิ่งน่ากลัวเข้าไปใหญ่ใช่ไหม เราจะขอยกตัวอย่างโครงการหนึ่งที่จะทำให้คุณเห็นภาพ คุณคงเคยได้ยินโครงการแอบสอดส่องดูประชาชนของอเมริกามากันบ้างมาก่อนแล้วไม่มากก็น้อย รู้ไหมว่าโครงการนี้ของอเมริกาไม่ได้จำกัดขอบอยู่แค่การสอดส่องประชาชนของตัวเอง แต่แทรกตาเข้ามาสอดส่องคนทั้งโลกต่างหาก ทั้งนักการเมืองที่มีชื่อเสียง นักธุรกิจที่มีอำนาจการซื้อขายสูง คนดังต่างๆ ที่มีอิทธิพลของโลก

เขาแทรกแซงทั้งเรื่องการบ้านการเมืองต่างๆ ทั้งการซื้อขายธุรกิจต่างๆ ที่เกิดขึ้นบนโลก รวมไปถึงการสนับสนุนผู้มีอิทธิพลของประเทศต่างๆ บนโลกที่จะให้ผลดีต่ออเมริกา รวมทั้งประเทศไทยของเราก็ไม่โดนยกเว้น

เพื่อมีเป้าหมายเพียงอย่างเดียวคือปกป้องความมั่นคงเสถียรภาพด้านเศรษฐกิจของอเมริกา ซึ่งสงครามถือเป็นปัจจัยรองไปโดยปริยาย เพราะตราบใดถ้าอเมริกายังสามารถยิ้มแฉ่งวางแผนซ้อนแผนช้อนเศรษฐกิจของตัวเองให้มั่นคงไว้ตลอดเวลาได้ อเมริกาก็ยังถือไพ่เหนือกว่าอยู่ดี

ไม่ใช่แค่เพียงโครงการนี้โครงการเดียวเท่านั้นที่รัฐบาลอเมริกาใช้คอยชักไยอยู่เบื้องหลัง แต่มีโครงการอื่นอีกมากมาย ทำให้วันนี้เราได้หยิบ 4 ภาพยนตร์ ที่ตบหน้ารัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้อย่างแสบที่สุดมาให้ดูกัน เมื่อคุณดูภาพยนตร์เหล่านี้จบ คุณจะเข้าใจสิ่งที่เราสื่อได้ดียิ่งขึ้นทีเดียว


Snowden


“ผมจะไม่ยอมส่งเครื่องบินเจ็ท ไปจับเด็กหนุ่มอายุ 29 ปี..เด็กหนุ่มที่เป็นแค่แฮ็กเกอร์” นั่นคือคำพูดของประธานาธิบดี บารัค โอบาม่า
ภาพยนตร์เรื่องนี้จะพาคุณไปพบกับการเผยโฉมหน้าที่แท้จริงของสหรัฐในรูปแบบที่คุณไม่เคยเห็นมาก่อน Snowden จะเปิดเผยเรื่องราวของสหรัฐที่มีโครงการคอยจับตาการเคลื่อนไหวของมวลชนโลกอย่างหมดเปลือก โดยเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงของเด็กหนุ่มที่เคยทำงานอยู่ในองค์กรซีไอเอ และเมื่อถึงจุดๆ หนึ่งเขาไม่สามารถทนต่อความก้าวก่ายสิทธิมนุษยชนชาวโลกของสหรัฐได้อีกต่อไป เขาจึงได้เดินหน้าเริ่มแฉข้อมูลลับต่างๆของสหรัฐเกี่ยวกับโครงการนี้ เมื่อดูจบ คุณจะต้องอยากหันไปถามประธานาธิบดีเก่าคนนั้นอีกครั้งนึงว่า นาทีนี้คุณอยากจะส่งเครื่องบินเจ็ทไปจับเด็กหนุ่มคนนี้รึยัง?


The fifth estate


เชื่อว่าไม่มีใครไม่รู้จักสุดยอดเว็บฉาวโฉ่ที่แฉข้อมูลลับทั่วโลกอย่าง วิกิลีกส์ เว็บไซต์ที่เผยแพร่ข้อมูลลับของบุคคลและหน่วยงานต่างๆ ทั่วโลกที่ทำให้ทุกประเทศพากันสั่นสะเทือน รวมทั้งประเทศไทยก็มีข้อมูลหลายอย่างที่วิกิลีกส์ได้นำออกมาแฉด้วย ซึ่งตัวเลขจำนวนชุดข้อมูลมีทั้งหมดทั้งสิ้น 251,287 ชุดด้วยกัน The fifth estate จะพาคุณไปพบกับการเริ่มต้นขึ้นของวิกิลีกส์ว่ามีที่มาอย่างไร และพวกเขาเขาทำอย่างไรถึงสามารถมายืนอยู่หน้าเวทีเว็บแฉข่าวกรองโลกได้ขนาดนี้ รวมทั้งความสับสนอลหม่านที่เกิดขึ้นภายในองค์กรเองด้วย เว็บที่หลายๆ ประเทศถึงขั้นต้องทำการบล็อคการเข้าถึงไม่ให้ประชาชนของตัวเองเข้าไปเห็นข้อมูล เป็นอีกเรื่องที่ห้ามพลาดเลยทีเดียว


Bridge of Spies


ภาพยนตร์เรื่องนี้เผยแพร่ข้อมูลที่ถูกเก็บเป็นความลับมาหลายทศวรรษตั้งแต่ช่วงสงครามเย็น สปายของทั้งสองประเทศขั้วมหาอำนาจอย่างอเมริกา และรัสเซีย ได้พยายามเข้าทำการแทรกซึมประเทศฝั่งตรงข้าม ภาพยนตร์เรื่องนี้จะเผยให้คุณเห็นถึงกลวิธีที่ทั้งสองประเทศทำการปฏิเสธอย่างแข็งขันต่อหน้าสื่อโลกว่าตัวเองไม่เคยส่งสปายเข้าไปอีกประเทศหนึ่ง แต่กลับมาทำการเจรจาแลกตัวประกันกันอย่างลับหลัง ซึ่งสถานที่แลกเปลี่ยนตัวประกัน ก็คือประเทศเยอรมันในยุคที่กำแพงเบอร์ลินยังไม่ถูกทำลายนั่นเอง ภาพยนตร์เรื่องนี้จะเผยให้คุณเห็นถึงท่าทีที่ทั้งสองมีต่อกันด้านการทูตที่มี “Gaps” หรือช่องว่างที่ใช้เหลี่ยมใช้คมกันอย่างน่าติดตาม รวมทั้งสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั้งในช่วงฉากของประเทศเยอรมันในยุคสงครามเย็นที่จะทำให้คุณต้องเสียวสันหลัง


The Butler

อเมริกาพยายามปฏิเสธทุกวิถีทางว่าไม่มีการเหยียดผิวแล้วในแผ่นดินอเมริกา ภาพยนตร์เรื่องนี้จะบอกให้คุณรู้ว่าบางที บริษัทโอบาม่าพับลิครีเลชั่นชิพมีเดีย แอนด์แอซโซซิเอทส์(หรือปัจจุบันเป็นทรัมพ์มีเดียแทน) ต้องกลืนน้ำลายตัวเองจากเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในประเทศของเขาที่ปิดไม่มิดอันเกี่ยวข้องกับการเหยียดสีผิว ซึ่งมันยังไม่จบลงและยังคงดำเนินต่อมาเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงปัจจุบัน อีกทั้งภาพยนตร์เรื่องนี้ยังจะพาให้คุณไปรู้จักกับกลุ่มองค์กร KKK ที่ก่อตั้งขึ้นในอเมริกาเพื่อต่อต้านคนผิวสี ที่สำคัญภาพยนตร์ดำเนินเรื่องผ่านสายตาตัวเอกของเรื่องที่ทำงานเป็นพ่อบ้านอยู่ในทำเนียบขาวมาแล้วถึงหลายสมัยเองเลยทีเดียว ถือเป็นอีกหนี่งภาพยนตร์ที่สร้างจากเรื่องจริงที่ไม่ควรพลาด