ใครเคยคิดบ้างไหมว่าเรื่องของสงครามที่กำลังดำเนินๆ อยู่ทั่วโลกทุกวันนี้มันช่างวุ่นวายซะเหลือเกิน มันเหมือนเรื่องวุ่นวายที่เรามองว่ามันอยู่ไกลตัว และบางทีมันก็ไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับเราสักเท่าไหร่ซะด้วย ซึ่งบางทีเราอาจจะคิดผิดถนัดกันก็ได้ เพราะหากเกิดสงครามโลกขึ้นมาจริงๆ ก็เป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะอยู่ห่างได้โดยไม่เกี่ยวข้อง ที่สำคัญทุกวันนี้มันยื่งคลืบคลานเข้ามาหาเราทีละสเต็ปๆ เสียแล้วซะด้วยสิ

ยิ่งปัญหาบางเรื่องที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน ก็เป็นปัญหาทึ่เรื้อรังและมีเบื้องหลังย้อนหลังกลับไปหลายสิบปีเลยทีเดียว ถ้าเปรียบไปแล้ว ระเบิดปัญหาลูกนี้มันไม่ใช่เพิ่งมาระเบิดเอาทันทีตูมเดียวตอนนี้ แต่มันคือระเบิดเวลาที่ฝังรากไว้นานแล้วต่างหาก

ไหนๆ ก็ไหนๆ วันนี้ผมจึงขอเป็นตัวแทนพาพวกเราไปรู้จัก 4 ซีรี่ย์สงครามการเมืองที่อิงเรื่องจริงและเกี่ยวข้องกับการเมืองโลก ทั้งที่เป็นปัญหายุคใหม่ และปัญหาเรื้อรังเก่าๆ ที่มีผลมาจนถึงทุกวันนี้มาฝากกัน

1. Billions

เรื่องนี้เป็นตัวแทนบ่งบอกถึงความโมเดิร์นของซีรี่ย์การเมืองยุคใหม่ที่จะทำให้คุณรู้ว่า อาวุธที่ใช้ในสงครามการเมืองยุคนี้ไม่ใช่แค่การจับปืนไปรบกันเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่การเมืองสมัยนี้ เป็นสงครามที่ถือเงินมาสู้กัน มันคือสงครามเศรษฐกิจ รวมทั้งเนื้อเรื่องยังโยงให้เห็นว่าขั้วสงครามเศรษฐกิจของโลกในปัจจุบัน ไม่ใช่แค่ไปรบกันภายนอก แต่ทุกประเทศยังตัองสู้กับสงครามภายในด้วย อีกทั้งซีรี่ย์เรื่องนี้ยังกล้าแสดงให้เห็นว่าขั้วการเมืองเศรษฐกิจของโลกไม่ได้มีเพียงแค่อเมริกาและยุโรปเพียงสองฝั่งเท่านั้นอีกต่อไป ซีรี่ย์เรื่องนี้เป็นเรื่องราวของนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ประกอบธุรกิจที่ใช้ช่องโหว่ของกฏหมายโดยใช้เส้นสายการเมืองเป็นอาวุธในการเข้าทำสงคราม โดยตัวเอกต้องต่อสู้กับความยุติธรรมของนายกเทศมนตรีที่มีความตงฉิน และพยายามจะหาทุกวิถีทางเพื่อจับเขาเข้าคุกให้ได้ ซีรี่ย์เรื่องนี้จึงเต็มไปด้วยการเชือดเฉือนเหลี่ยมกันของทั้งคู่ในทุกๆ ตอน เรียกได้ว่าใครเริ่มดูแล้วจะหยุดไม่ได้เลยทีเดียว

2. Homeland

ซีรี่ย์เรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งซีรี่ย์ขึ้นหิ้งที่กวาดรางวัลไปแล้วมากมาย จนกระทั่งปัจจุบัน เดินทางมาถึงซีซั่นที่ 6 แล้ว แต่อยากจะบอกให้ว่า ยิ่งซีซั่นแต่ละซีซั่นผ่านไป เนื้อเรื่องกลับยิ่งเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ผู้เขียนบทของซีรี่ย์เรื่องนี้มักหยิบมุมมองใหม่ๆ มานำเสนอให้คนดูอย่างเราต้องลุ้นจนตัวโก่งทุกซีซั่นไป ตั้งแต่ซีซั่นแรกที่เล่นเรื่องการเมืองสงครามตัวแทนของโลกที่สหรัฐอเมริกาอยู่เบื้องหลัง จนกระทั่งซีซั่นล่าสุดที่เล่นเรื่องสงครามการเมืองภายในของสหรัฐอเมริกาเอง ที่สำคัญหากใครมองว่าซีรี่ย์เรื่องนี้เก่าเกินแกงแล้ว เราอยากจะบอกว่าคุณคิดผิดถนัด เพราะซีรี่ย์เรื่องนี้พล็อตและไอเดียหลักของแต่ละซีซั่นไม่ซ้ำกันเลย และอัพเดตต่อเหตุการณ์เรื่อยๆ เหมือนในซีซั่นล่าสุดที่เล่นเรื่องการเลือกตั้งของอเมริกา เรียกว่ายิ่งแก่ยิ่งเผ็ด โดยซีรี่ย์เรื่องนี้เป็นซีรี่ย์อันดับหนึ่งที่กล้าหยิบจับเรื่องการเมืองของสหรัฐอเมริกามาตีแผ่อย่างอิงความจริงมากที่สุดเกินกว่าที่ใครจะคาดคิดว่าจะมีคนกล้าสร้าง เหมือนอย่างที่ใน title ซีซั่นล่าสุด ทางซีรี่ย์ได้หยิบนำเสียงของผู้วิจารณ์การเมืองที่เกิดขึ้นจริงๆ มาประกอบว่า “สหรัฐอเมริกายังคงดำเนินสงครามลับๆ ในเดิมพันที่สูงเหมือนเดิม” เรียกว่าเป็นอีกเรื่องที่พลาดไม่ได้เลยทีเดียว

3. The American

ซีรี่ย์เรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งซีรี่ย์ที่ตีแผ่ให้เห็นถึงความบาดหมางระหว่างสหรัฐอเมริกา และรัสเซียที่กำลังดำเนินอยู่ทุกวันนี้ให้ชัดเจนขึ้น ใครคิดว่าเขาเพิ่งมาตีกันตอนนี้ ไม่ใช่นะ
เขาตีกันมานานแล้ว ตีกันเงียบๆ ตีกันแบบไม่ให้พวกเรารู้ The American คืออีกหนึ่งซีรี่ย์ที่ถูกขนานนามว่าตีแผ่ “ยุคสงครามเย็น” ได้ดีที่สุดเลยทีเดียว ซีรี่ย์เรื่องนี้คงถูกใจคอแอ็คชั่นหลายๆ คน เพราะเน้นพล็อตเรื่องทั้งทางด้านการเมือง และสงครามเย็นลับๆ ที่เกิดขึ้นพ้นหูพ้นตาเรา นับเป็นซีรี่ย์อีกหนึ่งเรื่องที่มีฉากแอ็คชั่นมากมาย และพลาดไม่ได้เลยทีเดียว รวมทั้งปีล่าสุดในเวที Emmy แม้ซีรี่เรื่องนี้จะดำเนินมาหลายซีซั่นแล้วก็ตาม แต่ตัวเอกของเรื่องซึ่งได้เล่นเป็นสปายชาวรัสเซียที่แฝงไปเป็นพลเมืองสหรัฐอเมริกาได้อย่างแนบเนียน ยังคงถูกเสนอชื่อเข้าชิงตำแหน่งนักแสดงนำยอดเยี่ยมอยู่เลย เรียกได้ว่าสิ่งนี้ถือเป็นเครื่องการันตีของความสดใหม่ของบท ที่นับวันผ่านไปยิ่งขลังขึ้นเรื่อยๆ ซะจริงๆ

4. Quarry

ซีรี่ย์เรื่องนี้เป็นซีรี่ย์อีกเรื่องที่มีฉากโหดเหี้ยมให้เราดูมากมายสะใจคอซาดิสม์กันไปข้างนึง Quarry จะพาเราไปเห็นถึงการเมืองโลกที่เกิดขึ้นในยุค “สงครามเวียดนาม” โดยเรื่องนี้ตีแผ่เรื่องราวผ่านตัวเอกที่เคยเป็นทหารและเคยได้ไปรบอยู่ในสงครามเวียดนาม มาดูกันว่าเมื่อเขากลับมาบ้าน เขาจะต้องพบเจอกับปัญหาแรงกดดันอะไรบ้างจากผลกระทบทางการเมือง และชีวิตส่วนตัว ทั้งฉากการประท้วงชุมนุมของประชาชนอเมริกันที่แห่กันไปตะโกนด่าที่สนามบินเมื่อเหล่าทหารลงเครื่องซึ่งอิงมาจากเรื่องจริง รวมทั้งยังกล้าหยิบประเด็นของคำพูดวิจารณ์ดังๆ หลายประโยคที่เกิดขึ้นในยุคนั้นมาเล่นอีกด้วย หนึ่งในประเด็นนั้นก็คือประเด็นที่ทุกคนรู้ว่าอเมริกาถือปืนไปฆ่าผู้บริสุทธิ์ อย่างที่ในพล็อตสนามบินที่เรากล่าวถึงไป ได้มีพล็อตที่คนตะโกนเข้าไปด่าทหารในทำนองว่า “พวกแกภูมิใจในตัวเองมากเหรอไงที่ถือปืนไปฆ่าเด็กตัวเล็กๆ” และในอีกหลายๆ ฉากที่ตีแผ่ชีวิตหลังสงครามของทหารผู้นี้ที่จะสะท้อนให้เราเห็นว่า สงครามทุกสงคราม มีแต่ผู้แพ้ ไม่มีผู้ชนะ แม้แต่ในสงครามนี้ที่เสือหิวอย่างอเมริกายังต้องพับเสื่อกลับบ้านด้วยความขายขี้หน้า

เสาร์อาทิตย์นี้ถ้าใครว่างๆ ไม่มีแพลนไปไหน ลองหยิบจับซีรี่ย์พวกนี้มาดูกันได้เลย รับรองว่าพวกมันจะช่วยเปิดโลกทัศน์ใหม่ๆ ให้ผู้ชมแบบเราๆ อย่างแน่นอน และคุณจะเห็นว่าบางทีสงครามที่กำลังเกิดขึ้นทั้งทางด้านเศรษฐกิจ และการเมืองโลก มันก็ไม่ได้ไกลจากตัวเราขนาดนั้น