เมื่อประมาณช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปเดินเล่นในงาน Bangkok Gems & Jewelry Fair ครั้งที่ 61 ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าต้องเกี่ยวกับเครื่องประดับและอัญมณีแน่นอน เพราะฉะนั้นในงานมันก็จะเจิดจ้าไปด้วยเพชร พลอย และอัญมณีต่างๆที่กระทบกับแสงไฟจนแสบตา ด้วยความไม่รู้ผังของงานก็ได้แต่เดินไปเรื่อยๆ ตามทางเดิน จนไปสะดุดตาเข้ากับบูธหนึ่งในงานนี้ สิ่งแรกที่ดึงดูดคือภาพของ ฉากม่านไหมญี่ปุ่นสีขาวบริสุทธิ์ เรียงตัวพริ้วสไวจากความสูงกว่า 3 เมตร แหงนมองเห็นตัวอักษรอัลฟาเบธคำว่า “THE NICHE” แขวนอยู่เหนือพื้นที่ของบูธ ลองมองไปรอบๆก็เห็นนักท่องเที่ยวปะปนกันไปทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ทุกคนดูให้ความสนใจกับบูธนี้มาก บ้างก็แวะเวียนมาถ่ายภาพ บ้างก็เดินชมเครื่องประดับที่ถูกจัดวางอยู่ในตู้โชว์อย่างตั้งอกตั้งใจ เห็นแล้วก็เกิดความสงสัยเลยต้องเข้าไปหาคำตอบ

นิทรรศการ “เดอะ นิช” เป็นหนึ่งในไฮไลต์ของงาน Bangkok Gems & Jewelry Fair โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ สำหรับปีนี้ได้จัดแสดงงานออกแบบเครื่องประดับและอัญมณีสำหรับตลาดเฉพาะกลุ่ม (niche markets) ของแบรนด์ไทยที่กำลังมาแรงในเวทีโลก ซึ่งนำเสนอแนวโน้มรูปแบบเครื่องประดับและอัญมณีที่คาดว่าจะเป็นที่ต้องการในอนาคต โดยแนวคิดหลักในการจัดแสดงครั้งนี้คือ ‘Heritage and craftsmanships : หัตถศิลป์อัญมณีไทยและเครื่องประดับร่วมสมัย’ ที่มุ่งเน้นไปยังความสามารถของช่างฝีมือไทยและการนำมรดกทางวัฒนธรรมมาต่อยอดเป็นเครื่องประดับร่วมสมัย

การจัดแสดงแบ่งเป็น 2 ส่วนหลักคือ The Niche Inspiration นิทรรศการสร้างแรงบันดาลใจ ส่วนที่สองคือ The Niche Showcase นิทรรศการที่คัดเลือกสินค้าที่โดดเด่น สอดคล้องกับแนวคิดจากผู้ประกอบการภายในงาน 16 รายมาจัดแสดง ภายใต้แนวคิด 5 เทรนด์ตลาดเฉพาะกลุ่ม นั่นคือ The Moment เครื่องประดับสำหรับโอกาสพิเศษ, Metro Menเครื่องประดับสำหรับผู้ชายยุคใหม่, Spiritual Power เครื่องประดับแนวความเชื่อและโชคลาง, Beyond Jewelry กลุ่มสินค้าไลฟ์สไตล์และของตกแต่งบ้านที่ใช้อัญมณี หินมีค่า หรือโลหะมีค่าประดับตกแต่ง และ Heritage & Craftsmanship เครื่องประดับที่สะท้อนอัตลักษณ์หัตถศิลป์ไทย ซึ่งเป็นไฮไลต์หลักของการจัดงานครั้งนี้

หลังจากรับฟังข้อมูลที่มาที่ไปของบูธเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็ถึงเวลาที่จะต้องเก็บภาพความสวยงามของดีไซน์เครื่องประดับฝีมือคนไทยตามนักท่องเที่ยวคนอื่นๆบ้างแล้ว หันซ้ายแลขวาสายตาก็หยุดอยู่ที่ ความเป็น The Moment ของมงกุฎนางงามจาก AMORN by Phuket Pearl ผู้ออกแบบและผลิตมงกุฎไข่มุกให้กับการประกวดนางงามระดับนานาชาติมาแล้วหลายเวที ขยับหันไปทางขวาอีกนิดก็จะเห็นชุดสีแดงสดแปลกตาที่ได้แรงบันดาลใจมาจากด้ายแดงที่ใช้ผูกเพื่อขอพรในวัดจีน นำเสนอโดยคุณเอก ทองประเสริฐ นักออกแบบที่โดดเด่นในเวทีแฟชั่นระดับโลก ซึ่งจัดเป็นผลงานที่แสดงถึง Spiritual Power ได้อย่างโดนเด่น ถัดมาก็จะเห็นความร็อค ในสไตล์แบรนด์ Ake Ake ที่มีความเป็น Metro Men อย่างชัดเจน และตอบโจทย์การทำให้อัญมณีเป็นมากกว่าเครื่องประดับคือความเป็น Beyond Jewelry โดย Alexander Lamont ผู้ผลิตสินค้าดีไซน์ลักซูรี ที่ครั้งนี้ได้นำเสนอชิ้นงานที่ใช้ทองคำแท้มาประยุกต์เข้ากับเครื่องใช้ในแบบสไตล์ลักซูรี และสุดท้ายที่เป็นความ Heritage and Craftsmanship ของงานก็คือชุดเครื่องประดับจากแบรนด์ SARRAN แบรนด์เครื่องประดับร่วมสมัยที่กำลังมาแรง และแสดงตัวตนของความเป็นไทยอย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังมีอีก 16 แบรนด์ที่แบ่งจัดแสดงตามเทรนด์ทั้ง 5 อีกด้วย

สำหรับใครที่สนใจจะชมการสาธิตสดจากช่างฝีมือแล้วล่ะก็ ภายในนิทรรศการยังมีการสาธิตการทำงานฝีมือเครื่องถมนคร และเครื่องเงินลายไม้ด้วยเทคนิคโมกุเม่ กาเน่ งานฝีมือโบราณที่หาชมยากให้ชมอีกด้วย เรียกได้ว่าได้ทั้งไอเดีย ได้ทั้งความรู้ที่ เหมาะสำหรับคนยุคใหม่ที่ต้องเรียนรู้ไปพร้อมกับการสร้างไอเดียให้กับตนเอง และสุดท้ายสำหรับความพิเศษในบูธ ก็คือ มีบริการให้คำแนะนำการเลือกเครื่องประดับและอัญมณีมงคลตามหลักโหราศาสตร์โบราณผ่านเว็บแอพลิเคชั่น ให้ได้ลุ้น และร่วมค้นหาอัญมณีที่เหมาะสมกับผู้สวมใส่อย่างแท้จริง ใครที่ไม่รู้ว่าจะหาอัญมณีแบบไหนมาประดับถึงจะดี ก็สามารถแวะที่บูธนี้ได้ฟรีไม่เสียค่าบริการ

แม้งานจะหมดไปแล้วแต่สำหรับคนที่สนใจนิทรรศการ The Niche Showcase ยังมีให้ชมอีกครั้งในงาน Bangkok Gems and Jewelry Fair เดือนกันยายน 2561 ส่วนเทรนด์ทั้ง 5 จะมีอะไรบ้างต้องติดตามชม