ความคิดสร้างสรรค์เป็นสิ่งที่หลายคนอยากให้เกิดขึ้นกับตัวเองแบบสั่งได้ แต่แหม…มันไม่ได้มีปุ่มเปิดปิดสวิทช์ได้ดั่งใจ เราจึงต้องคอยบิ้วตัวเองกันบ่อยๆ วันนี้ Kooper ขอเสนอวิธีปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ที่ซ่อนอยู่ออกมา ลองมาดูกันว่าจะพรั่งพรูออกมาได้แค่ไหน

1. พกสมุดบันทึก และเขียนไอเดียของคุณลงไป
เป็นวิธีพื้นฐานแต่ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ เราเองก็ใช้วิธีนี้มาเสมอ เพราะความคิดของคนเรามันแล่นเข้ามาในหัวอยู่ตลอดเวลา บางครั้งคิดไอเดียเจ๋งๆ ได้แล้ว พูดออกมาแล้วด้วยซ้ำแต่ก็กลับจำมันไม่ได้ การจดบันทึกไอเดียลงไปแล้วย้อนกลับมาขยี้มันอีกรอบ เชื่อเถอะความคิดแจ่มๆ จะมาโดยไม่ต้องเค้นมันเลย แถมวิธีนี้ยังได้ผลเสมอกับการท่องจำ

2. ตั้งคำถามกับตัวเองในคำถามเดิม แต่ต่างมุมมอง

งานวิจัยชี้ว่าความคิดสร้างสรรค์ที่ต่อเนื่องของแต่ละคนนั้นมักแสดงให้เห็นถึงปัญหาจากหลายๆ ด้าน จึงแนะนำให้ลองตั้งคำถามจากหลายมุมมอง เช่น จากถามตัวเองแค่ว่าเราทำเพื่ออะไร คุณอาจต้องตั้งคำถามเพิ่มไปว่าใครที่ต้องการสิ่งนี้จากคุณ เป็นต้น

3. ออกไปเดินเล่นดูอะไรรอบตัว

ความคิดสร้างสรรค์มักมาแบบไม่ทันตั้งตัว งานวิจัยจาก Stanford ในปี 2014 พบว่า 60 % ของความคิดสร้างสรรค์ที่พรั่งพรูเกิดขึ้นหลังจากออกไปเดิน ด้วยการเปรียบระหว่างกลุ่มตัวอย่างที่เดินบนลู่วิ่ง และคนที่นั่งเฉยๆ เพราะในขณะที่เรากำลังเดินอยู่นั้นสายตาเรามองไปข้างหน้าก็จริง แต่ในหัวกับก่อเกิดไอเดียต่างๆ มากมาย แม้แต่ CEO ชั้นนำของโลกอย่าง Joel Gascoigne แห่ง Buffer ก็ใช้วิธีนี้

4. ลองคิดลองทำไปเรื่อยๆ และทำให้เยอะ

Pablo Picasso จิตรเอกชาวสเปนได้ผลิตผลงานออกมากว่า 50,000 ชิ้น ซึ่งผลงานชิ้นเอกก็มีน้อยมากเมื่อเทียบกับผลงานทั้งหมดที่เขาได้สร้างสรรค์ขึ้น ไม่ต่างกับ Thomas Edison และทีมที่ดีไซน์รูปแบบของแสงที่แตกต่างกันมากกว่า 3,000 แบบ ก่อนจะออกมาเป็นหลอดไฟที่สร้างชื่อให้กับเขา ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ความเจ๋งจะเกิดจากทำเพียงแค่หนึ่งครั้ง

5. เก็บไอเดียที่มีไว้ ถึงแม้มันจะแปลกประหลาดก็ตามที

จะเป็นอย่างไรถ้าคนเราอิ่มได้โดยไม่ต้องกินข้าว ถึงแม้ความคิดจะดูแปลกประหลาดก็ตามอย่าเพิ่งโยนมันทิ้งไป เพราะไอเดียแปลกๆ นี่แหละที่ทำให้แบรนด์ระดับโลกประสบความสำเร็จมานักต่อนักแล้ว คิดมันออกมาแล้วค่อยมาตบๆ มันให้เป็นรูปร่างอีกทีก็ไม่ผิดนะ

ที่มา : elitedaily