ดังที่ทราบกันดีว่าการถูก “ปฏิเสธ” รับเข้าองค์กร ถือเป็นเรื่องเจ็บปวดลำดับต้น ๆ ของทุกคน เพราะคนเราล้วนตั้งความหวังสูง เพื่อที่จะได้ทำงานร่วมกับองค์กรหรือที่ทำงานในฝัน แต่โชคกลับไม่เข้าข้างเราเสมอไป เราอาจถูกปฏิเสธจากที่ทำงานด้วยเหตุผลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น คุณมีศักยภาพที่ไม่ดีพอ หรือทัศนคติของคุณไปไม่ได้กับองค์กร เมื่อถูกปฏิเสธ หลายคนอาจทำใจไม่ได้ หรืออาจจิตตกกับเรื่องนี้เป็นเดือน ๆ อย่างไรก็ตาม การถูกปฏิเสธไม่ใช่เรื่องแย่เสมอไป มันช่วยให้เราแก้ไขจุดบกพร่องที่เราเคยมองข้าม มาดูกันว่า คนเก่ง ๆ จะรับมืออย่างไรถ้าพวกเขาถูกปฎิเสธ

1. ยอมรับกับผลลัพธ์ทีเกิดขึ้น

หลังจากถูกปฏิเสธงาน เป็นธรรมดาที่ทุกคนจะรู้สึกเจ็บปวด หรือรู้สึกไม่ดีพอกับทุก ๆ อย่าง อย่างไรก็ตาม คนที่ประสบความสำเร็จจะไม่รู้สึกอย่างนั้น คนเก่ง ๆ จะไม่นำเรื่องที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์มาใส่หัวเขาพวกเขามากเกินไป พวกเขากล้าที่จะก้าวข้ามเรื่องความรู้สึก เพราะพวกเขารู้จักคำนึงถึงบทบาทตัวเอง คุณต้องเปิดใจยอมรับกับผลลัพธ์ให้ได้ ไม่ใช่เอาแต่โทษตัวเอง หรือเลือกที่จะไม่ยอมเรียนรู้กับสิ่งที่ต้องเผชิญ เพราะสุดท้ายแล้วถ้าคุณยังยึดติดกับความเศร้า แล้วเมื่อไหร่คุณจะได้เดินหน้าต่อสักที

2. สำรวจถึงความผิดพลาดของตัวเอง

คนเก่ง ๆ จะไม่ผลีผลาม หลังรู้ว่าตัวเองโดนปฏิเสธงาน พวกเขาจะเลือกที่จะ “พักใช้สมอง” ชั่วคราว เพื่อสำรวจถึงความผิดพลาดของตัวเอง ก่อนจะวิเคราะห์ถึงความบกพร่องที่ตัวเองอาจมองข้ามไป บางครั้งพวกเขาจะแก้ไขโดยการคิดย้อนกลับไปว่า หากเราสามารถย้อนเวลากลับไปตอนสัมภาษณ์งาน พวกเขาจะเลือกทำอะไร หรือจะเลือกไม่ทำอะไร เคล็ดลับนี้จะช่วยคุณพัฒนาจุดด้อย และถ้าคุณสามารถมองเห็นจุดด้อยตัวเองออก แน่นอนว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นตอนสัมภาษณ์งานครั้งต่อไป

3. ตั้งคำถามกับคนสัมภาษณ์โดยตรง

หลายคนตั้งความหวังค่อนข้างสูง เมื่อพวกเขาถูกปฏิเสธอย่างไม่ทันตั้งตัว จึงไม่แปลกที่คนเหล่านั้นจะทำใจไม่ได้และเลือกที่จะหนีความจริง เช่นเดียวกับหลาย ๆ ข้อที่กล่าวมา การควบคุมอารมณ์เป็นสิ่งสำคัญ และมันสำคัญพอ ๆ กับการตั้งคำถาม บางสถานการณ์คุณอาจถูกปฏิเสธจากคนสัมภาษณ์โดยตรง ถือเป็นประโยชน์และโอกาสที่คุณจะได้ถามอีกฝั่งแบบไม่อ้อมค้อม ลองถามเขาถึงจุดบกพร่องของเรา ถามคนสัมภาษณ์ถึงวิธีที่ทำอย่างไรเราถึงจะพัฒนาขึ้น การได้รับความเห็นจากผู้สัมภาษณ์งาน ถือเป็นตัวเลือกที่ดีกว่านั่งรถรีบกลับบ้าน ซึ่งคุณจะไม่ได้ข้อมูลในการพัฒนาตัวเองแม้แต่นิดเดียว

4. พัฒนาตัวเองด้วยการวางแผน

หลายข้อที่กล่าวมาข้างต้นพูดถึงการรวบรวบข้อมูลเพื่อที่จะนำมาใช้ในการปรับปรุงตัวเอง แต่มันจะไม่เกิดประโยชน์เลยถ้าคุณไม่ลงมือวางแผนว่าจะทำอะไรต่อไป คุณจะไม่ได้ผลลัพธ์ที่แตกต่าง ถ้าคุณยังทำผิดพลาดซ้ำไปซ้ำมาเหมือนเดิม การพัฒนาตัวเองไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ทุกอย่างจะง่ายขึ้นถ้าคุณรู้จักวางแผน สำรวจตัวเองว่าอะไรคือจุดแข็งหรือจุดอ่อนของคุณ หาวิธีที่ทำให้จุดอ่อนกลายเป็นจุดแข็ง ส่วนจุดแข็งก็ต้องทำให้เด่นมากขึ้นกว่าเดิม ก่อนจะวางแผนในการพัฒนาตัวเองให้เป็นรูปเป็นร่างและสามารถทำได้จริง

5. เดินหน้าต่อไป

แน่นอนว่าการถูกปฏิเสธจะส่งผลต่อความทะเยอทะยานของคุณ มันอาจบั่นทอนความมั่นใจ อย่างไรก็ตามหากมองในแง่บวก คุณก็ย่อมได้รับบทเรียนจากการถูกปฏิเสธเช่นกัน หลังจากเก็บสำรวจจุดเด่นและความบกพร่องของตัวเองอย่างถี่ถ้วน ก็ถึงเวลาที่จะต้องเดินหน้าต่อไป พยายามมองว่า การถูกปฎิเสธไม่ใช่เรื่องแย่เสมอไป มันยังช่วยคุณพัฒนาตัวเองในหลาย ๆ จุด ซึ่งทำให้คุณมีภูมิต้านทานและแข็งแกร่งขึ้น หากคุณสามารถก้าวข้ามเรื่องอารมณ์ และหันหลับมาพัฒนาจุดเด่นจุดด้อยของตัวเอง อีกไม่นานการถูก “ปฏิเสธ” จะกลายเป็นเพียงเรื่องราวในอดีตที่เคยเกิดขึ้น

ที่มา : businessinsider