ฉลาดเกมส์โกง เป็นภาพยนตร์ที่เรียกได้ว่ากระแสแรงที่สุดในช่วงนี้อีกเรื่องเลยทีเดียว ใครที่ได้ดู Trailer ไปแล้วก็คงอดคิดไม่ได้ว่าเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่น่าดูเป็นอย่างยิ่งในปีนี้ และที่สำคัญ ยอดวิวของ trailer ก็มียอดผู้ชมพุ่งเลย 4 ล้านวิวไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงมาก

การส่ง SMS ให้กันในห้องสอบมันตกยุคไปแล้ว สมัยนี้มันเป็นโลกของเทคโนโลยีหน้าใหม่ ที่มีทั้งไลน์ เฟซบุ้ค สื่อโซเชี่ยลมีเดียที่ให้ความสะดวกสบายในการเร็ดรอดหูเร็ดรอดตาให้เล่นให้ใช้ โดยภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์เรื่องแรกของเมืองไทยที่สามารถถ่ายทอดความสอดคล้องของกลวิธีการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ผูกกับระบบการศึกษาได้อย่างเห็นภาพที่สุด

โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ตีแผ่ให้เห็นถึงกลวิธีการโกงข้อสอบยุคใหม่ เผยแง่มุมเทคนิคของการโกงข้อสอบที่เราคาดไม่ถึง มีการวางแผน มีการเตรียมการที่รัดกุม ที่สำคัญมี back up plan มี Plan B มันไม่ใช่เรื่องของการตบบ่านัดกันหน้าห้องสอบอีกต่อไป มันไม่ใช่สนามเด็กเล่นอีกแล้ว

ส่วนหนึ่งที่ต้องยกย่องภาพยนตร์เรื่องนี้เลยคือเทคนิคของการพัฒนาบทภาพยนตร์ที่ทันสมัย มีความใหม่ มีการพัฒนาบทให้เล่นกับความคิดของคนดูเทียบขั้นไม่แพ้บทภาพยนตร์เรื่องดังๆ ของฮอลลีวู้ดเลยทีเดียว สมัยนี้จะมานั่งชี้ทิศทางบทไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งไปทั้งเรื่องไม่ได้อีกแล้ว ที่สำคัญยิ่งบทหักมุมเอาดื้อๆ ก็เหมือนจะเป็นอะไรที่เป็นปาหี่ตกยุคไปแล้วด้วยซ้ำ ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ชี้ทิศพัฒนาบทของการเขียนบทภาพยนตร์ในกระแสใหม่ออกมาได้อย่างสมเหตุสมผลได้อย่างดีเลยทีเดียว อีกทั้งยังสามารถสอดแทรกความโรแมนติกในความรักของตัวเอกทั้งคู่ และความรักของคนในครอบครัวคั่นไว้ เพื่อไม่ให้คนดูเลี่ยนกับฉากตื่นเต้นเพียงอย่างเดียวได้อย่างแนบเนียน

ต้องกล่าวว่าภาพยนตร์เรื่องนี้เล่นกับแนวคิดของ Captitalism ได้อย่างครบรส เล่นกับความกระหายของเด็กๆ ที่ต้องการจะเดินไปสู่เส้นชัยที่เขาคิดว่าถูกต้อง เส้นทางที่ผู้ใหญ่หลายๆ คนชี้นิ้วบอกเขาไว้ ชี้บอกเขาว่าถนนเส้นนี้แหละถูกต้อง ถ้าไปถึงเส้นชัย คุณจะประสบความสำเร็จในชีวิต เด็กๆ ก็เหมือนซึมซับความคิดไปตลอดโดยไม่รู้ตัว สายตาของพวกเขาจึงมองเส้นทางนี้เป็นเป้าหมายเพียงแห่งเดียวของเขา เคยได้ยินไหมว่าความคิดมันก็เหมือนเมล็ดพันธุ์ ถ้าบางที เมล็ดพันธุ์ความคิดนี้ฝังรากในหัวเขาจนเลยเถิด จนผู้ใหญ่อย่างเราก็ตามไม่ทัน แล้ววันหนึ่ง เมื่อเขารู้ว่าถ้าเขาไปไม่ถึงเส้ยชัยนั้น จะทำให้พ่อแม่เสียใจ คนรอบข้างผิดหวัง จนเขาลุกขึ้นเลือกที่จะมุ่งเข้าสู่เส้นทางลัดเพื่อไปถึงเส้นชัย เราจะไปโทษอะไรเขาได้

สมัยนี้ความคิดที่น่ากลัวไม่ใช่การกลัวที่จะทำความชั่ว แต่คือการมองความชั่วแล้วไม่คิดว่ามันคือความชั่วต่างหากที่น่ากลัว และที่สำคัญ นั่นคือภาวะความคิดที่กำลังยิ่งเติบโตขยับขยายขึ้นในยุคสมัยนี้ทุกวันๆ ภาพยนตร์เรื่องนี้จะแสดงให้เราเห็นว่าเด็กที่ยังคงต้านทานความคิดนี้ได้อยู่ จะสามารถต้านทานตัวเองจากอำนาจทุนนิยมที่มาในรูปแบบของแบงค์พันเป็นปึกๆ ได้แค่ไหน และเขาหรือเธอจะทำอย่างไรเพื่อรักษาอิสรภาพทางความดีไว้ไม่ให้ต้องแปดเปื้อนในเงื้อมมือของความโลภ ซึ่งความผิดบางครั้ง มันใช้ยางลบ ลบออกไม่ได้ง่ายๆ เหมือนในกระดาษข้อสอบ

ทั้งนี้ตัวภาพยนตร์มีความฉลาดในการสื่อภาพลักษณ์ต่างๆ ทั้งการดึงสัญลักษณ์ของดนตรีบางอย่างเข้ามาช่วยให้เราเห็นค่านิยมของเด็กที่คิดว่าการทำสิ่งเหล่านี้คือความฉลาดได้อย่างชัดเจน ซึ่งหากใครไปดูจะเห็นได้ในภาพยนตร์อย่างแน่นอน

เอาเข้าจริงแล้ว ชีวิตจริงเราทุกวันนี้มันก็คือการเล่นเกมดีๆ นี่เอง ใครเล่นชนะ คนนั้นก็กุมอำนาจ กุมทรัพย์สินมีค่าเงินทอง ใครแพ้ก็ต้องดิ้นรนกันต่อไป เพื่อสักวันหนึ่งจะชนะกับเขาได้บ้าง ถ้าใครเล่นไม่เป็น หรือสละสิทธิ์ไม่ยอมเล่น โชคชะตาก็ปรับตกทันที เพราะระบบสมัยนี้มันไม่ได้มีทางเลือกให้เรามากขนาดนั้น

รับรองว่าภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์อีกเรื่องที่จะสะท้อนสังคมให้เราได้เห็นว่าชีวิต มันไม่ได้มีแค่เส้นทางหลักเส้นทางเดียว แต่มันมีเส้นทางลัดด้วย แต่เส้นทางลัดนี้ ก็เหมือนเส้นทางลัดทั่วไป คุณจะต้องลุ้นเอาเองว่าเมื่อคุณตัดสินใจเลี้ยวรถเข้าป่า คุณจะไปถึงที่หมายเร็วขึ้น หรือคุณจะขับตกเหว

ใครอยากรู้ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรก็ไปติดตามในโรงภาพยนตร์ได้เลยซึ่งได้เข้าฉายไปแล้ว กับฉลาดเกมส์โกง รับรองได้ว่าวัยรุ่นกลุ่มนี้จะเป็นตัวอย่างที่ส่งเสียงไปถึงมหาวิทยาลัยได้อย่างดีว่า คุณภาพของอะไรกันแน่ที่พวกเขากำลังตามหา