ว่ากันว่าความเหงาเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของมนุษย์ แต่หลายคนกลับกลัวความเหงา กลัวการอยู่คนเดียว และพยายามวิ่งหนีมันทุกวิถีทาง ความเหงาเป็นสิ่งที่น่ากลัวขนาดนั้นจริงไหมคุณเท่านั้นที่จะเป็นคนพิสูจน์มันได้ แต่ไม่ว่าคุณจะเป็นคนที่หลงใหลความเหงา หรือเป็นคนที่กำลังวิ่งหนีความเหงาอยู่ นี่คือ 5 หนังสุดเหงาที่เราขอชวนคุณมากระทำความหว่องให้เต็มที่ เชื่อเถอะ บางทีความเหงามันก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นหรอก

Chungking Express (1994)

จะว่าเป็นหนังแห่งชาติของคนเหงาก็คงจะไม่ผิดนัก ผลงานกำกับลำดับที่ 3 ของ Wong Kar-wai เรื่องราวว่าด้วยชีวิตของนายตำรวจสองคน คนแรกนายตำรวจรหัส 223 (Takeshi Kaneshiro) ที่เลิกกับแฟนในวัน April Fools Day และตั้งใจจะซื้อสัปปะรดกระป๋องที่หมดอายุในวันที่ 1 เดือน 5 (วันเกิดของเขา) ทุกวัน เพราะเธอชอบกินและเพื่อตอกย้ำว่าความรักนั้นได้หมดอายุลงไปเรื่อยๆ นายตำรวจคนที่สองรหัส 663 (Leung Chiu Wai) ที่เพิ่งถูกแฟนบอกเลิก เขาใช้ชีวิตเหมือนปกติ แต่มันก็ทำให้เขาเหงาจนคิดว่าสิ่งของในห้องร้องไห้ให้กับความรักของเขา หนังใช้วิธีการเล่าเรื่องที่เน้นสองตัวละครหลัก แต่ก็ใช้คาแรคเตอร์ของตัวประกอบที่โดดเด่นแทรกเข้าไปในเส้นเรื่องได้อย่างน่าสนใจ แน่นอนว่าหนังบรรยากาศแบบหว่องเหมาะกับคนเหงาจริงๆ

Lost in Translation (2003)

ทำลิสต์หนังเหงาทั้งทีจะขาดเรื่องนี้ไปคงไม่ได้ ผลงานของผู้กำกับสาว Sofia Coppola เรื่องราวของการอยู่แปลกถิ่นแปลกภาษาของ Bob (Bill Murray) นักแสดงชาวอเมริกันที่ต้องมาถ่ายโฆษณาวิสกี้ในญี่ปุ่น และสาวสวย Charlotte (Scarlett Johansson) ที่ตามแฟนหนุ่มมาทำงานในญี่ปุ่นเช่นกัน เรื่องราวต่างๆ นำพาทั้งสองให้มาเจอกัน คนสองคนที่มีความเหงา และพูดคุยภาษาเดียวกันในสถานที่ที่ใครๆ ต่างพูดคนละภาษากับพวกเขา ย่อมทำให้เกิดความรู้สึกดีต่อกัน แต่ทว่ามันเป็นเรื่องของความรู้สึกที่เกิดขึ้นผิดที่ผิดเวลาไปเสียหน่อย ท้ายที่สุดทั้งสองอาจเป็นได้แค่เพื่อนร่วมเหงาของกันและกัน เป็นหนังเหงาอีกหนึ่งเรื่องที่เราเชื่อว่าจะมีคนดูเกินสองรอบ
เรื่องรัก น้อยนิด มหาศาล (2003) 
หนังชีวิตสุดเหงาจากการกำกับของเป็นเอก รัตนเรื่อง ที่เขียนโดยปราบดา หยุ่น เรื่องราวของเคนจิ (Tadanobu Asano) หนุ่มชาวญี่ปุ่นที่มาอาศัยอยู่ในเมืองไทย เขาหมกมุ่นคิดเรื่องฆ่าตัวตายและหาหนทางในการฆ่าตัวตายอยู่ตลอดเวลา แต่ทว่าเกิดเหตุการณ์ที่มีคนต้องมาตายตัดหน้าเขาอยู่ตลอดเวลาทำให้การตายของเขาไม่สำเร็จเสียที เคนจิได้พบกับนิด (ไลลา บุญยศักดิ์) และน้อย (สินิทธา บุญยศักดิ์) ที่เป็นเหมือนตัวแปรสำคัญต่อชีวิตของเขาและเริ่มก่อเกิดเป็นความรักขึ้นในใจทีละน้อย แต่ด้วยวัฒนธรรมที่แตกต่างความต้องการอาจพาพวกเขาไปไม่ถึงฝั่งอย่างใจปรารถนา เป็นหนังอีกเรื่องที่บรรยากาศเหงาจับใจจริงๆ
Love Letter (1995)  
หนังรักจากแดนปลาดิบของผู้กำกับขวัญใจวัยรุ่นอย่าง Shunji Iwai เรื่องราวของคน 2 คนที่ชื่อ Itsuki Fujii เหมือนกัน Itsuki Fujii คนแรกเป็นคู่หมั้นของ Hiroko Watanabe (Miho Nakayama) แต่โชคไม่ดีมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นกับเขา และด้วยความรักที่ Hiroko มี บวกกับความรู้สึกที่ยังคงตัดใจจากรักนั้นไม่ได้ เธอตัดสินใจส่งจดหมายรักที่จ่าหน้าซองถึง Itsuki Fujii ไปยังที่อยู่เก่าของเขาที่เจอจากในหนังสือรุ่น จดหมายนั้นถูกส่งไปหา Itsuki Fujii จริง และจดหมายรักเหล่านั้นถูกตอบกลับด้วยข้อความที่มีการไถ่ถามสารทุกข์สุขดิบ พร้อมลงชื่อไว้ว่า Itsuki Fujii เหมือนเป็นเรื่องปาฏิหารย์จดหมายเหล่านั้นถูกส่งไปหา Itsuki Fujii อีกคนหนึ่งจนเกิดเป็นเรื่องราวที่แสนประทับใจ สำหรับเรื่องนี้ขอบอกเลยว่าเป็นหนังรักที่ถึงจะเก่าแค่ไหนก็ยังคงคุณค่าน่าดูเสมอ ดูแล้วอาจจะรู้สึกเหงาและหนาว แต่คุณก็จะได้รับความอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก
Il Mare (2000)
เรื่องสุดท้ายจากฝั่งเกาหลี เรื่องนี้ก็ยังคงวนเวียนเกี่ยวกับจดหมายรักอยู่ แต่เป็นจดหมายรักที่อยู่กันคนละช่วงเวลา ซ่งหยวน (Lee Jung-Jae) สถาปนิกหนุ่มที่เข้ามาอยู่ในบ้านอิล มาเร่ในปี 1997 (บ้านสวยริมชายฝั่งทะเล) ได้พบกับเหตุการณ์ประหลาดใจไม่ว่าจะเป็นลูกสุนัขหลงทาง หรือจดหมายที่ส่งมาแต่ลงปี 1999 ส่วนอีกฝั่งเป็นชีวิตของอุนจูนักพากษ์การตูนสาว (Jeon Ji-Hyun ที่เราคุ้นหน้าจาก My Sassy Girl) เธอและเขาอยู่กันคนละช่วงเวลาที่ห่างกันเพียง 2 ปี และได้ใช้ตู้จดหมายแห่งบ้านอิล มาเร่ ที่เป็นเหมือนมิติเวลาแห่งเดียวที่สองคนจะสื่อสารกันได้ เพื่อที่เล่าเรื่องราว ปัญหาในชีวิตให้กันและกันฟัง แต่ความเหงาที่เกิดขึ้นของคนที่รักกันแต่ไม่อาจเจอกันได้ก็น่าจะเป็นความรู้สึกที่เจ็บปวดไม่น้อย เป็นอีกเรื่องที่ความเหงาจะสร้างความประทับใจให้กับคุณ