วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับชายหนุ่มผู้เป็นทั้ง Co – Founder โปรดักชั่นเฮาส์ อีกมุมของเขายังเป็นนักกีฬาฮอกกี้ทีมชาติ อีกด้วย ชีวิตของเขามีหลายแง่มุมที่เราอยากพูดคุยและนำเสนอให้ทุกคนได้รู้จักกับ ‘เจโต’ ปณิธิ นวสมิตวงศ์

“ผมเจโตนะครับ เป็นผู้กำกับ เป็นโคฟาวเดอร์ของบริษัท 888 CREATIONS ครับ ก็ทำงานทั้งโฆษณา TVC แล้วก็ออนไลน์ VDO ครับ เราเป็นผู้กำกับและเป็นครีเอทีฟเองด้วย ก็จริงๆ บริษัทของเราเป็นบริษัทเล็กๆ นะครับ ตอนนี้มีกันอยู่แค่ประมาณ 6 คนเอง ทำด้วยกันทั้งหมดตั้งแต่เสิร์ฟน้ำก็ทำครับ แต่ผมจะโฟกัสทางด้านการกำกับซะส่วนใหญ่ แล้วก็มันมีทั้งการครีเอทีฟที่จะเข้ามามีส่วนร่วม ผมกับทางทีมก็ช่วยกันทำด้วยครับ ตอนนี้ในขั้นตอนทางด้านการตัดต่อก็ยังเป็นผมที่ดูอยู่ด้วย ก็ตั้งแต่ Pre-production จนถึง Post – Production ตอนนี้กำลังจะเข้าสู่ปีที่ 4 แล้วครับ”

ซึ่งจริงๆ แล้วก่อนที่จะมาทำโปรดักชั่นเฮาส์ของตัวเอง เขามีความสนใจทางด้านงานวิดีโอมาตั้งแต่สมัยเรียนทำให้นำมาต่อยอดจนถึงปัจจุบัน
“ตอนที่ผมไปเรียนโทที่อังกฤษเสร็จแล้ว ก็ไปเรียน interaction design ซึ่งจะเกี่ยวกับกระบวนการความคิดทั้งนั้นเลย มันเกี่ยวกับการค้นคว้าทางด้านการออกแบบ ว่าเราดีไซน์แบบนี้มาทำไม เสร็จแล้วตอนจบ ผมจะต้องทำตัวจบเป็น Exibition เค้าเรียกว่าเป็น Expo ก็คือ ผมทำ interaction design เกี่ยวกับว่าคนเรา interac กับ motion อะไร อย่างไรบ้าง แต่ว่าเราไม่ได้ทำออกมาเป็นชิ้นงานอะไรใหญ่ๆอะไรขนาดนั้น ก็ต้องทำวีดิโอด้วย คราวนี้ผมเลยคิดว่า เรามีทักษะทางด้านนี้อยู่ แล้วก็รู้สึกว่าเราสนุกกับมันมากกว่าที่เรียนมาอีก”

ในการหาแรงบัดดาลใจคิดงานสร้างสรรค์เหล่านี้ เขาบอกกับเราว่าหาจากการดูวิดีโอต่างๆ และที่ดูแปลกและแตกต่างนอกจากจะดูวีดีโอเพื่อใช้อ้างอิงหรือสร้างแรงบันดาลใจ คุณเจโตยังชอบเดินเล่นเพื่อหาแรงบันดาลด้วย
“จริงๆผมชอบเดินเล่นเหมือนกันนะ ถ้าเราอยู่ใกล้สถานที่ที่เราจะไปต่อก็เดิน พอเดินไปเราก็จะได้เห็นมุมที่แตกต่างละ อีกอย่างนึงที่ผมชอบคือการ scout location คือมันเหมือนกับเป็นวันที่ผมขึ้นรถตู้ไปตามที่ที่อยากไป ไปถ่ายรูปแล้วก็ย้ายที่ ทำอย่างนี้วนไปเรื่อยๆ รู้สึกแบบได้เห็นกรุงเทพ ได้เห็นที่ที่เราจะไปถ่ายในมุมที่ต่างออกไป แล้วมันก็สร้างแรงบันดาลใจให้ด้วยว่า ที่ตรงนี้สามารถเล่าเรื่องในแบบนี้ได้นะ หรือไปเห็นป้ายเห็นคนอะไรอย่างนี้ครับ ก็คุยกับคนอื่นมันทำให้เราเห็นว่าจริงๆแล้ว ถ้าสมมติว่าทำโฆษณาแล้วเราต้องไปคลุกคลีกับเค้า เราก็มีโอกาสได้ไปคุยกับเค้าก่อนกลับมาก็สร้างเรื่องอะไรได้อีกเหมือนกัน”
หลายคนอาจจะคุ้นเคยงานของ 888 creations ทางด้าน Beauty เป็นส่วนใหญ่ แต่คุณเจโตบอกกับเราว่าจริงๆ แล้วเขาสนใจทางด้านงานสารคดีมากกว่า
“จริงๆ ผมชอบทำพวก Document นะ ไปสัมภาษณ์คนที่มีเรื่องราว ผมว่ามันจริงดี เปรียบเทียบกับงานที่เราต้องสร้างขึ้นมาทุกๆ อย่างทั้งแสง คน และบท กับการที่เราไปดึงเค้าเหมือนกับที่เราไป Document กัน เหมือนเรากำลังสัมภาษณ์เค้า แล้วเราได้ความเป็นแก่นแท้ ความจริงของเค้าออกมา มันทำให้เรา inspiring มาก”

นอกจากจะเป็นผู้กำกับ ตัดต่อ หรือทำงานด้านโปรดักชั่นส์แล้วยังเป็นนักกีฬาไอซ์ฮอกกี้อีกด้วย เป็นสิ่งที่ทำให้เราประหลาดใจมากเพราะเป็นกีฬาในประเทศเขตหนาว
“สมัยก่อนเด็กๆ ทุกคนน่าจะเคยเล่นโรลเลอร์เบลด แล้วสมัยเราเด็กๆ จะมีหนังชื่อ D3 : The Mighty Ducks
แล้วเวลาที่ผมอยู่ในหมู่บ้าน เราก็ใส่โรลเลอร์เบลดเล่นกัน คราวนี้ก็คงไปเห็นมาว่ามันมีกีฬาฮอกกี้ เราก็ไปเอาไม้ถูพื้นเอาหัวออกตรงที่มันเป็นผ้า แล้วเราก็เอาไม้อัดทำให้มันเป็นหัวไม้ แล้วเราก็เล่นกันตีกับลูกเทนนิส หลังจากที่ผมเล่นโรลเลอรเบลดเสร็จแล้วก็ได้มีโอกาสไปเล่นไอซ์สเก็ตครับ แล้วก็เลยชอบก็เล่นๆไปเรื่อยๆ ปกติแล้วถ้าเป็นเมืองหนาวแล้วมันก็จะมีลานที่ไอซ์อยู่ทั่วทุกที่ แต่ของเรามันก็จะอยู่ตามห้าง ไปเล่นที่อิมพีเรียลเวิล์ดสาขาสำโรง กับเซนทรัลพระรามเก้า ซึ่มมันมีแค่สองที่ที่มันเป็นลาน official ที่มันสามารถเล่นได้ขนาดนี้ ”
แต่ที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่าเพราะทีมของประเทศไทยสามารถชนะกีฬาประเภทนี้ในการแข่งขันเอเชียนวินเทอร์เกมส์ด้วย
“ล่าสุดเมื่อต้นปี มีเอเชียนวินเทอร์เกมส์ ก็แบ่งออกเป็นสามสายอีกเช่นกัน พวกทอปดิวิชั่นก็จะมีพวก คาซัคสถาน จีน ญี่ปุ่น เกาหลี เราจะเป็นดิวิชั่นรองลงมา ซึ่งจะมีมองโกเลีย UAE ไต้หวัน สิงคโปร์ แล้วก็ไทยครับ ก็คือแข่งกัน 4 ทีม ก็ได้แชมป์ของดิวิชั่นมา ก็ถือเป็นประวัติศาสตร์ของประเทศไทยเหมือนกันที่ได้เหรียญทองเอเชี่ยนวินเทอร์เกมส์”

และที่ขาดไม่ได้เพราะไหน ๆ ก็มาบุกกันถึงบ้านของคุณเจโต คงต้องพูดถึงสไตล์การตกแต่งบ้านที่เป็นเอกลักษณ์เหมือนยกร้านเสื้อผ้ามาไว้ในห้องนอนเลยทีเดียว


“ด้วยความที่เด็กๆ มีแค่ตู้เสื้อผ้า พอมีบ้านเป็นของตัวเอง ก็เลยอยากมี Walk – in Closet บ้าง ไปดูบ้านตัวอย่างก็เออมันมี walk-in closet อยู่ แต่คราวนี้จะทำยังไงให้มันเป็นแบบของเรามากกว่าครับ ก็คิดว่าจะต้องทำตู้ทำอะไร จริงๆ มีความฝันเล็กๆ ว่าอยากจะมีร้าน ก็เลยทำตรงนี้ออกมาให้ดูเหมือนเป็นร้านไปเลยก็ได้ แล้วพอดีบ้านนี้มันเหมือนตึกแถวที่เป็นร้าน เลยเห็นว่าพื้นที่ตรงนี้สามารถที่จะทำเป็นหน้าร้านได้ บวกกับเราชอบไปร้านเสื้อผ้า แล้วพอเราชอบไปเราก็ได้เห็นแบบที่เค้าแต่ง ก็เลยคิดว่าจริงๆเราไม่ต้องแต่งเป็นแบบ Walk – in Closet เป็นตู้ก็ได้นี่นา เราก็เราเสื้อผ้ามาเป็นพร้อบเป็นไอเท็มเหมือนเราขาย จริงๆ บางอย่างผมก็ขาย ผมก็ถ่ายรูปเผื่อว่าคนจะมาซื้อของได้”


ถึงจะบอกว่าชอบ Walk – in Closet แต่มุมที่ชอบของคุณเจโตกลับเป็นห้องน้ำ
“จริงๆ แล้วห้องน้ำนะ คือห้องน้ำตื่นมาก็เจอก่อนนอนก็เจอมันเหมือนกับมันเป็นที่ที่ผมได้อยู่กับตัวเองมากที่สุด กับการที่เราแปรงฟันอาบน้ำแล้วก็นั่งเข้าห้องน้ำ ผมว่าผมนั่งตรงนั้นนานสุด”


และอีกประเด็นที่เราอยากให้คุณเจโตพูดถึงคือการทำงานในวงการครีเอทีฟแบบนี้ อยากให้มีความครีเอทีฟแบบไหนในวงการครีเอทีฟไทย
“ผมว่าโฆษณาไทยมันดังอยู่แล้วนะ ด้วยรางวัลที่ชนะมาหรือว่าจริงๆ มันน่าจะมีทางด้านเพื่อสังคมมากขึ้น คือคนไทยเค้าเสพย์อะไรที่มันดราม่า แล้วผมแค่คิดว่าก็เสพย์ได้แต่ต้องกรองกันอีกรอบ ถ้าจะพัฒนาผมมองว่าน่าจะพัฒนาที่ตัวของเราเองไม่ใช่แค่ใช้สื่อมาช่วย มันไม่น่าจะทำได้ขนาดนั้น แต่โอเคมันมีส่วนช่วยคิด อย่างเช่น สสส.ก็ดีแล้ว เออทำให้คนคิดและตรงกลุ่มเป้าหมาย แต่ว่าในด้านครีเอทีฟอยากจะให้คนไทยเข้าใจในความเป็นไทยมากขึ้น ผมเองก็เหมือนกันอย่างก็กลับมามองว่า อะไรที่มันสามารถทำให้คนไทยซื้อ ดู แล้วได้ทำในสิ่งที่เราอยากทำด้วย มันก็กลับมามองตัวเองใช้ของไทยมากขึ้น ทำให้เกิดความชัดเจนซะทีว่าอาหารไทยมาจากไหน เพื่อต่อไปจะได้ยอมรับในความเป็นไทยให้ได้มากขึ้น”

 


Photo : Karn Tantiwitayapitak

SaveSave