และแล้วก็เริ่มเข้าสู่ช่วงฤดูกาลของการฝึกงาน เคยสงสัยไหมว่าทำไมบริษัทต่างๆ ถึงต้องมีการเปิดรับเด็กฝึกงาน แถมเดียวนี้ก็ไม่ใช่ว่าแค่ส่งพอร์ทหรือเรซูเม่ง่ายๆ มาแล้วจะได้รับการตอบรับแล้วนะ ทุกคนจำเป็นต้องสร้างสรรค์ความครีเอทีฟลงไปเพื่อได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานในบริษัทที่ใฝ่ฝัน นอกจากนี้การฝึกงานในปัจจุบันยังถือเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาในระดับอุดมศึกษาบางสาขาวิชาอีกด้วย

ล่าสุดเราแอบเห็นหน้าฟีดเต็มไปด้วยการแชร์คลิปของน้องๆ ที่ส่งเข้าไปฝึกงานกับ Hello Filmmaker โปรดักชั่นเฮ้าส์ชื่อดัง เห็นแล้วก็นึกย้อนกลับไปในสมัยที่ตัวเองส่งพอร์ทไปขอฝึกงานกับนิตยสารที่ชื่นชอบฉบับหนึ่งในช่วงปิดเทอม (ตอนนั้นส่งตัวอย่างผลงานไปแบบไฟล์ word ซื่อๆ อยู่เลย) แน่ล่ะน้องๆ มีความครีเอทีฟกว่าเรามาก เห็นแล้วรู้สึกว่าไฟที่มันเกือบจะมอดในตัวเราคุกรุ่นขึ้นมาทันที

แล้วทำไมเราต้องแสดงความสามารถกันเต็มที่เพื่อขนาดนี้เพื่อที่จะได้ฝึกงานในองค์กรที่เราใฝ่ฝัน เราจะได้อะไรจากการฝึกงาน (ที่ไม่ได้รับค่าตอบแทน หรือเพื่อให้ได้แค่ผ่านนำไปส่งมหา’ลัย) Kooper ได้ไปพูดคุยกับกูรูเพื่อหาคำตอบมาให้น้องๆ นักศึกษาทุกคนแล้ว


วรกร ฤทัยวาณิชกุล ( CEO, Hello Filmmaker)

“สำหรับผมแล้วเด็กฝึกงานก็คือบุคลากรเลือดใหม่ที่จะต้องขึ้นมาขับเคลื่อนวงการต่อไปในอนาคต ที่ Hello Filmmaker เราพยายามจะสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่แตกต่างและพยายามสร้างระบบที่ยืดหยุ่นและพร้อมที่จะเรียนรู้อยู่เสมอ เพราะเราเริ่มจากนักศึกษาจบใหม่ที่รวมตัวกันฟอร์มทีมเพื่อสร้างงาน การที่มีน้องฝึกงานเข้ามาเป็นเรื่องดีที่นอกจากเราจะได้น้องๆมาช่วยแบ่งเบาภาระงานแลกกับ knowhow และประสบการณ์จริงที่เราสะสมมาจากโลกของการทำงานแล้วเรายังสามารถอัพเดทตัวเองเรียนรู้และทำความเข้าใจว่าวัยรุ่นสมัยนี้สนใจอะไรกันได้ด้วย และที่สำคัญเป็นการเรียนรู้ฝีมือกันไว้เผื่อว่าเราจะได้ร่วมงานกันต่อไปในอนาคต เพราะที่นี่เรามีแผนไว้ว่าจะให้น้องๆ ผลิตชิ้นงานจริงออกมาในขณะที่ฝึกงานอยู่ด้วย”


วุฒิกร เอกรัตนสมภพ (Art Director / Executive Production Director at Visionary)

“จริงๆ เราไม่จำเป็นต้องมีเด็กฝึกงานก็ได้นะ แต่เด็กฝึกงานต่างหากล่ะที่เขาต้องการที่จะฝึกงาน (หัวเราะ) สำหรับพี่ถ้ามีเด็กมาฝึกงาน เราจะไม่ได้ให้น้องๆ มาใช้งานเด็กให้ทำนู่นทำนี่เพื่อช่วยเหลือเรา เเต่กลับกัน เด็กฝึกงานเป็นเหมือนลูกศิษย์ เขามาอยู่กับเราเพื่อขอวิชาจากเรา ดังนั้นช่วงที่น้องๆ เข้ามาฝึกงาน น้องๆ จำเป็นจะต้องขอวิชาจากเราให้มากที่สุด เพราะมันเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ที่เขาและเราจะได้มาเจอกัน ได้เจอได้ใกล้ชิดกับมืออาชีพ ใครตั้งใจใฝ่รู้ก็ได้มาก ใครไม่ตั้งใจก็ไม่ได้อะไรกลับไปเลย เผลอๆ โดนเรายิงนะ ถ้ามาทำแล้วทำไม่เต็มที่ เราก็คงไม่ให้ผ่านการฝึก”


Kelly Payakvichien (Head of Community and Branding at HUBBA Thailand)

1.”To give them real time and real world experience that they cannot in the classroom”

เพื่อที่เราจะได้มอบประสบการณ์อีกด้านให้เขา พาให้เขามาเห็นว่าชีวิตจริงๆ ในโลกความจริงทุกวันนี้เป็นอย่างไร เป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้ในห้องเรียน

2. “To facilitate the link between education institution and professional organization. Partnership between school and company”

เพื่อให้เขาเรียนรู้ถึงการประสานงานระหว่างองค์กรการศึกษาและบริษัทมืออาชีพว่าเป็นอย่างไร ให้เขาได้เห็นถึงความร่วมมือระหว่างองค์กรสององค์กรนี้ได้สะดวกยิ่งขึ้น

3.” Company gets dedicated young professional who are willing to integrate their studies with our mission. So they can apply their particular field of studies to a variety fields of tasks.”

แม้ทางบริษัทเองก็ตาม ก็มีความยินดีในการอุทิศตัวและทุ่มเทให้แก่เด็กรุ่นใหม่ที่มีความตั้งใจต้องการใช้ความรู้ที่เขามีมาทดลองใช้ในองค์กรอย่างสุดความสามารถ ดังนั้นเด็กรุ่นใหม่จึงสามารถใช้ความรู้ในห้องเรียนที่ตนเรียนมาซึ่งอาจมีขอบเขตที่เล็กกว่าและค่อนข้างเฉพาะเจาะจงมาปรับเปลี่ยนใช้กับภารกิจต่างๆ ที่บริษัททำการมอบให้ ซึ่งมีความหลากหลายมากกว่านั่นเอง


จักรพงษ์ คงมาลัย (กรรมการผู้จัดการ บริษัท Moonshot Digital ในเครือ Rabbit Digital Group)

“พูดถึงเด็กฝึกงาน มันทำให้ผมนึกถึงตัวเองสมัยเรียนมหาวิทยาลัยแล้วเดินหน้าไปขอ ‘พี่รุจ’ มรว.รุจยาภา อาภากร ฝึกงานที่บริษัท BNT (Love FM สมัยนั้น) ที่ BNT พี่ๆ ไม่ได้เพียงแค่สอนงาน แต่ยังแสดงให้ผมเห็นถึง Spirit การรักในสิ่งที่ทำ และเชื่อว่าสิ่งที่ทำมีความหมาย งานจึงออกมาดี มันส่งผลมาถึงสมัยนี้ว่าพอผมมาสร้างบริษัทของตัวเอง ผมก็จะรับเด็กฝึกงานให้เข้ามาทำงานจริง ไม่ได้ใช้ชงกาแฟ ซีร็อกซ์งาน แต่ทุกๆ อาทิตย์ ผมจะเดินไปถามน้องๆ ว่า “ได้เรียนรู้อะไรใหม่หรือยัง” ถ้ายังก็จะชี้เรื่องมุมมองที่เขายังขาดอยู่ ให้เขาจะได้อะไรไปมากกว่าการลงงานอย่างเดียว สรุปสั้นๆ ว่า ผมคิดว่าบริษัทได้คนมาช่วยงานมันแน่ล่ะ แต่อีกด้านหนึ่งการรับเด็กฝึกงานคือการคืนอะไรบางอย่างให้สังคมด้วยในทางหนึ่ง”

ฟังคำตอบจากเหล่ากูรูจากบริษัทระดับแถวหน้าของประเทศกันไปแล้ว เราเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าคำตอบทั้งหมดนี้นอกจากจะช่วยจำกัดความ ทำให้เห็นภาพรวมของการเป็นเด็กฝึกงานแล้ว ยังได้ข้อคิดติดไม้ติดมือกลับไปอีกด้วย และถ้าหากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังหาที่ฝึกงานอยู่ สนใจอยากจะเรียนรู้เรื่องการทำ Content เรายินดีต้อนรับคุณ! ส่งพอร์ทและเรซูเม่ของคุณมาได้ที่ editor@kooper.co แล้วเราจะรอนะ