เมื่อประมาณ 2 เดือนก่อน เราได้ข่าวว่า Yayoi Kusama ศิลปินชาวญี่ปุ่นจะมาจัดแสดงงานที่ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งนับว่าเป็นข่าวดีมากๆ โดยเฉพาะสำหรับแฟนๆ ชาวไทยที่ชื่นชอบในผลงานของเธอ เราเองก็เพิ่งรู้จักคุณป้าเมื่อไม่กี่ปีมานี้ การเดินทางไปชมนิทรรศการของเธอครั้งแรกจึงเหมือนกับการไปทำความรู้จักเพื่อนบนโลกออนไลน์ ที่เมื่อก่อนเคยได้แต่ดูรูปผ่านหน้าจอ พอไปเจอจริงๆ เข้าก็ต้องคุยกันยาวหน่อย แต่ก็สนุกดีเหมือนกัน

YAYOI KUSAMA
Yaoi Kusama คือศิลปินชาวญี่ปุ่นที่มีอิทธิพลต่อวงการศิลปะโลกเป็นอย่างมาก เธอเกิดเมื่อปี 1929 ที่ Matsumoto, Nagano ประเทศญี่ปุ่น ในครอบครัวที่เป็นเจ้าของฟาร์ม ศิลปะคือความสนใจของเธอมาตั้งแต่จำความได้ และเมื่อต้องเผชิญกับอาการประสาทหลอนตั้งแต่เด็ก วิธีที่จะจัดการต่อภาพหลอนที่เธอเห็น (ยกตัวอย่างเช่น เธอเห็นดอกไม้พูดคุยกับเธอ) ก็คือการวาดมันลงบนผืนผ้าใบ

และเพราะโตมาในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 คุณป้าจึงให้คุณค่ากับอิสระทางการสร้างสรรค์ของแต่ละบุคคล เมื่อประเทศญี่ปุ่นไม่สามารถตอบคำถามทุกข้อได้อีกต่อไป เธอจึงตัดสินใจย้ายไปสหรัฐอเมริกาตอนอายุ 27 ปี ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเติบโตทางศิลปะของคุณป้า จนกลายมาเป็นงานนิทรรศการหลายนิทรรศการที่เดินทางไปทั่วโลก

ครั้งหนึ่งคุณป้า Yayoi เคยบอกว่า ‘ถ้าไม่ใช่เพราะศิลปะ​ ฉันคงฆ่าตัวตายไปนานแล้ว’ นั่นอาจเป็นเหตุผลที่เธอในวัย 88 ปียังวาด ยังเขียน ยังแต่งกลอน และยังสร้างงานศิลปะอยู่ แม้ว่าจะใช้ชีวิตอยู่ในโรงพยาบาลจิตเวชมากว่า 40 ปีแล้วก็ตาม

LIFE IS THE HEART OF A RAINBOW

นี่เป็นนิทรรศการครั้งแรกของ Yayoi Kusama ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่รวบรวมผลงานกว่า 120 ชิ้น นับว่าเป็นนิทรรศการที่คุ้มค่ากับการเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเล และยังเป็นโอกาสอันดีที่แฟนๆ ของคุณป้า Yayoi จะได้รู้จักกับตัวตนที่แท้จริงของเธอผ่านการเดินทางของผลงานตั้งแต่ยุค 50s จนถึงปัจจุบัน โดยนิทรรศการแบ่งออกเป็น 3 โซน โซนแรกเป็นผลงานที่เกี่ยวข้องกับลายจุดและลายตาข่าย โซนที่สองเกี่ยวกับร่างกายมนุษย์ผ่านงานอินสตอลเลชั่น การแสดง การแกะสลัก และงานวาด และโซนสุดท้ายคือซีรีส์ภาพวาด รวมถึงอินสตอลเลชั่นใหญ่ๆ อย่างห้องลายจุด เราเองก็เผลอหลงรักหลายงานของคุณป้าเพราะความน่ารักก่อนที่จะรู้จักเบื้องหลังและความหมายของชิ้นงานเหล่านั้น จึงอยากเลือกผลงานเอก 5 ชิ้นจากนิทรรศการนี้มาเล่าให้คุณฟัง เผื่อว่าเราจะได้รู้จักคุณป้ามากขึ้นไปพร้อมๆ กัน

1.NO.A (1959)
‘ไม่มีจุดเริ่มต้น ไม่มีที่สิ้นสุด ไม่มีแม้แต่ตรงกลางระหว่างนั้น’ คือคำจำกัดความของภาพวาดชุด Infinity Nets ของ Yayoi ซึ่งตาข่ายเหล่านี้เกิดจากการวาดลายเส้นขึ้นลงซ้ายขวาไปในทิศทางเดียวกันจนเป็นแพทเทิร์น ถ้าลองไล่เดินดูภาพชุดนี้ของเธอจะเห็นว่าช่วงแรกๆ จะเป็นสีขาวดำ เมื่อเวลาผ่านไปจึงมีการใส่สี ใส่เทคนิค และปรับเปลี่ยนรูปแบบของตาข่าย เดินดูไปเรื่อยๆ จะเกิดอาการลายตาคล้ายจะถูกกลืนเข้าไปในรูปอย่างไรอย่างนั้น เหมือนที่คุณป้าบอกไว้ว่า ความไม่มีที่สิ้นสุดของผลงานชิ้นนี้เป็นสาเหตุของอาการวิงเวียน ว่างเปล่า เหมือนกับว่ากำลังถูกสะกดจิตอยู่

2.THE SPIRITS OF PUMPKINS DESCENDED INTO THE HEAVEN (2017)
ห้องนี้อยู่ภายในโซนเดียวกับภาพเขียนตาข่าย ทั้งห้องเป็นสีเหลืองจุดดำเอกลักษณ์ของคุณป้าไล่ไปตั้งแต่พื้นจนเพดาน ตรงกลางเป็นห้องเล็กๆ อีกห้องที่เราสามารถต่อแถวเพื่อส่องเข้าไปดูภายใน และถ่ายรูปตัวเองจากเงาสะท้อนกระจก ด้านล่างเป็นฟักทองสีเหลืองจุดดำเต็มไปหมด เราเคยสงสัยว่าทำไมคุณป้าถึงชื่นชอบฟักทองมากขนาดนี้ ก็ได้คำตอบจากนิทรรศการนี้นี่แหละว่า ฟักทองสำหรับเธอไม่ใช่แค่พืชชนิดหนึ่ง แต่เป็นสิ่งที่อ่อนโยนและมีรูปลักษณ์ที่ดึงดูดมาก ซึ่งเธอเคยใช้เวลาเป็นเดือนๆ มองฟักทองลูกหนึ่งได้โดยไม่มีเบื่อ

3.INFINITY MIRRORED ROOM – GLEAMING LIGHT OF THE SOULS (2008)
ห้องนี้จัดว่าเป็นไคลแมกซ์ของงานเลยก็ว่าได้ ดูได้จากแถวที่คนยืนรอต่อคิวเพื่อเข้าไปชมจักรวาลขนาดย่อมของคุณป้า Yayoi ซึ่งทางเจ้าหน้าที่อนุญาตให้เข้าไปได้ครั้งละ 3-4 คน และมีเวลาให้รอบละ 20 วินาทีเท่านั้น ผลงานชิ้นนี้เป็นอีกชิ้นที่เธอเล่นกับเงาสะท้อนของกระจก ให้คนดูเห็นภาพที่กว้างและขยายไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด โดยใช้ไฟ LED แทนลายจุดหลากสี ไอเดียเล่นกับกระจกของเธอมีมาตั้งแต่เมื่อ 52 ปีที่แล้ว และกลายเป็นแรงบันดาลใจของนิทรรศการหลายๆ แห่งในวันนี้ แถมยังตอบโจทย์ผู้ชมในยุคที่ selfie ได้รับความนิยม

4.SONG OF MANHATTAN SUICIDE ADDICT (2010)
ผลงานชิ้นนี้น่าจะเป็นชิ้นที่เรารู้สึกใกล้ชิดกับคุณป้า Yayoi มากที่สุด เพราะได้เห็นทั้งภาพและได้ยินทั้งเสียงร้อง เธอแต่งเพลงนี้ขึ้นเพื่อบอกเล่าเรื่องราวการต่อสู้กับโรคซึมเศร้า การเห็นภาพหลอน และเปรียบเหมือนประตูที่ทำให้เราเข้าใจศิลปินคนนี้ขึ้นอีกนิด ซึ่งทั้งหมดนี้ถ่ายทอดผ่านวีดีโอที่มีงานศิลปะของเธอเป็นแบคดรอปด้านหลังด้วยลวดลายและสีสันที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

5.WITH ALL MY LOVE FOR THE TULIPS I PRAY FOREVER (2013-2017)
ห้องนี้เป็นอีกห้องที่ถ่ายรูปออกมาแล้วสวยมาก แต่ความน่าสนใจไม่ได้อยู่แค่ตรงนั้นอย่างเดียว ผลงานชิ้นนี้เป็นตัวแทนของอาการเห็นภาพหลอนของ Yayoi Kusama ตอนเป็นเด็ก ที่มักเห็นเป็นลายจุดหรือแสงสว่างจ้า เมื่อเดินเข้าไปแล้ว เราจะเห็นห้องสีขาววาดลวดลายด้วยจุดหลายสี เช่นเดียวกับอินสตอลเลชั่นดอกทิวลิปขนาดยักษ์ที่กลืนไปกับพื้นที่รอบๆ ในแบบที่มองผ่านๆ จะแยกไม่ออก ซึ่งอธิบายถึงปรัชญาเกี่ยวกับการลบตัวตน หรือ self-obliteration ของเธอ ซึ่งเธอบอกว่า ‘วันหนึ่งฉันนั่งจ้องลายดอกไม้ของผ้าปูโต๊ะอยู่ดีๆ พอละสายตาจากตรงนั้นเพื่อไปมองบนเพดานก็พบว่าเพดานกลายเป็นลายดอกไม้นั่นไปด้วย หลังจากนั้นห้องทั้งห้องก็กลายเป็นลายดอกไม้ รวมถึงตัวฉัน และฉันก็เริ่มที่จะลบตัวเองออกไปจนไม่เหลืออะไรเลย’

นิทรรศการ Life Is the Heart of A Rainbow จะจัดไปจนถึงวันที่ 3 กันยายนที่จะถึงนี้ ที่ National Gallery Singapore วิธีการเดินทางไม่ยากเลย สามารถนั่งรถไฟใต้ดินไปลงที่สถานี City Hall แล้วเดินต่ออีกเพียงไม่ถึง 5 นาทีเท่านั้น ค่าเข้าชมเริ่มต้นที่ 25 เหรียญสิงคโปร์ เราแนะนำให้ไปแต่เช้าและจองตั๋วไปล่วงหน้าเพื่อจะได้ไม่เสียเวลาต่อคิว ที่สำคัญนอกจากนิทรรศการของ Yayoi Kusama แล้ว ยังมีนิทรรศการ Homogenizing And Transforming World ของ Teamlab ซึ่งขอบอกเลยว่าทั้งสนุกและน่าสนใจไม่แพ้กัน