ในปัจจุบันที่เราเปิดรับความหลากหลายทางเพศมากขึ้น ชายรักชาย หญิงรักหญิง และกลุ่มคนที่ชอบให้ผู้ชาย ผู้หญิงมารักกันเอง ที่เรียกตัวเองว่า “สาววาย” โอ้โห อะไรจะซับซ้อนขนาดนี้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีคนที่พยายามจะศึกษาและทำความเข้าใจกับคนกลุ่มนี้ วันนี้ Kooper จะพาทุกคนไปพูดคุยกับ แพรว – ณิชชารีย์ เลิศวิชญ์ สาวนักประวัติศาสตร์ เจ้าของผลงานหนังสือเชิงสารคดี ‘หัวใจ/y’ สำนักพิมพ์ Bunbooks เชื่อเลยว่าคุณจะเข้าใจโลกของคู่จิ้นมากยิ่งขึ้น และอยากหาหนังสือของเธอมาศึกษากันเพิ่มเติม

“สาววายที่เราไปศึกษาที่เราไปคลุกคลีกับเขามาพักหนึ่ง เราก็มองว่าจริงๆ มันก็เป็นรสนิยมแบบหนึ่งเท่านั้นเอง ซึ่งเรารู้สึกว่าหลายๆ คนมีพลังด้านบวกจากการที่เขาได้อยู่ตรงนั้นค่อนข้างเยอะมาก” เธอพูดถึงความรู้สึกที่มีต่อสาววายหลังจากที่ได้เข้าไปพูดคุยเพื่อนำข้อมูลมาเขียนหนังสือ โดยที่หนังสือเล่มแรกของเธอก็ต่อยอดมาจากงานตัวจบที่มหา’ลัยนั่นเอง

“ด้วยความที่ตัวจบของหนูที่มหา’ลัย เรียกว่าสัมมนาปัญหาพิเศษตอนแรกเลยที่หนูทำเป็นหัวข้อเรื่องของความขัดแย้ง เราก็มองว่า เราต้องใช้ชีวิตกับเนื้อหาอันเป็นเทอมเลย ทำทั้งหมด 1 เทอมเต็มๆ มันเป็นเวลานานมาก เราก็อยากทำอะไรที่เราแฮปปี้หรือว่าอินที่จะหาข้อมูลเป็นเรื่องที่เราอยากรู้จริงๆ เราก็พบว่าประวัติศาสตร์ชายรักชายในไทยมันก็มีคอนฟลิกของมันอยู่ เขาเคยถูกป้ายสีว่า เพศที่สามคือคนที่มีพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางจิตอย่างหนึ่ง เขาพ้นจากตรงนั้นมาก็กลายเป็นว่าเขาถูกให้ค่าว่ากลายเป็นผู้เผยแพร่เชื้อเอชไอวี จนกระทั่งปี พ.ศ. 2542 ค่ะ เกิดพาเรดชื่อ Bangkok Gay Festival จุดประสงค์หลักคือหยุดยั้งการแพร่เชื้อเอชไอวีและโรคเอดส์ในกลุ่มเกย์ที่ถนนสีลม จากครั้งนั้นก็เริ่มมีการเรียกร้องสิทธิอะไรมากขึ้น แล้วประเด็นที่สำคัญที่สุดก็คือเพศที่สามในไทยสามารถลบภาพที่รัฐตีตราเขาได้ว่าขาเป็นผู้แพร่เชื้อเอชไอวีจากการที่เขาสามารถที่จะมารณรงค์กันเอง เรื่องของการใช้ถุงยางที่มาจากกลุ่มของเขาเองไม่ใช่ภาครัฐลงไปดูแลตรงนั้นอะไรแบบนี้ จนสุดท้ายแล้วภาครัฐออกมายอมรับว่า เฮ้ย ดูเพศที่สามเป็นตัวอย่าง จากคนที่เคยถูกกดไว้กลายมาเป็นตัวอย่างของทั้งผู้ชายผู้หญิง”

ฟังดูเป็นเรื่องราวที่หนักหนาพอสมควรแต่จริงๆ แล้วโลกของสาววายที่เธอเข้าไปสัมผัสนั้นก็เริ่มมาจากคอนฟลิกเรื่องของชายรักชายเหล่านี้เอง  “ประเด็นเรื่องสาววายเป็นเรื่องที่มันน่าสนใจที่พูดกันมันมีคำถามเยอะมาก ทำไมต้องวาย เอ๊ะ แล้วคนที่ถูกจิ้นดารานักร้องเขามีความรู้สึกยังไงเคยมีคนไปถามเขาไหม เราก็คิดว่ามันน่าสนใจมาก ก็เลยให้เรากลับมาทำการบ้านดูว่า อะ ลองดูเรื่องสาววายไหวไหม”

ใครที่คิดว่าข้อมูลที่เอามาจะเป็นการย่อยจากตำรามาเท่านั้นบอกเลยว่าคิดผิดถนัดเพราะเธอถึงขั้นเข้าไปพูดคุยและคลุกคลีกับกลุ่มสาววายด้วยตัวเองเลยทีเดียว “โชคดีที่มีน้องรหัสที่โรงเรียนเป็นสาววายแบบเข้มข้นมาก เราก็เลยหาข้อมูลจากเขาเข้าไปสัมภาษณ์ซึ่งด้วยความที่เราสนิทกันเขาก็ไม่ได้จะมีกำแพงก็เปิดให้เราเต็มที่ ก็ได้ประเด็นจากน้องเยอะมากเราก็เอามานั่งลิสต์ว่ามีประเด็นอะไรน่าเล่าบ้างผสมกับเรื่องราวของประวัติศาสตร์ที่มีมาตั้งแต่กรีก โรมัน อียิปต์ กลายเป็นว่าหนังสือจะมีสองพาร์ทหลักๆ พาร์ทแรกก็จะเป็นเรื่องของประวัติศาสตร์ เรื่องของความหมายของคำว่าวายมาจากอะไร เรื่องชายรักชายที่มีมาแต่โบราณยุคอียิปต์ แล้วก็เรื่องเกี่ยวกับคำศัพท์ต่างๆ ความหมายที่เป็นพื้นฐานกรณีที่คนทั่วไปไม่เคยรู้เรื่องอะไรมาก่อน บทหลังก็จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับสาววายละ เออ เขาจิ้นเนี่ยบางคนจิ้นจนสามารถที่จะหารายได้ให้ตัวเองได้ บางคนจะไปถามเขาว่าจิ้นเนี่ยคาดหวังให้มันจริงแค่ไหน ส่วนใหญ่ที่เราเจอนะเขาก็จะเข้าใจดีว่า เออ มันก็แค่จินตนาการของเราแหละ เราก็ชอบที่เขาได้อยู่ใกล้ชิดกัน เขาไม่รักกันจริงๆ ก็ไม่เป็นไรนะ แต่ก็มีคนที่รู้สึกว่าฉันจิ้นเขาต้องได้กันจริงๆ”

แต่การเป็นสาววายไม่ได้ง่ายขนาดนั้นเพราะกระแสวายที่โด่งดังในปัจจุบัน ก็มียุคมืดเช่นกัน สาววายหลายคนก็ไม่ได้ป่าวประกาศว่าตนเองนั้นมีรสนิยมแบบนี้“ ก็คือมีอยู่ยุคหนึ่งที่โดนกวาดล้างเพราะเนื่องจากว่าการ์ตูนญี่ปุ่นเรต 18+ มีภาพแบบที่เมื่อก่อนบ้านเราไม่ได้มีการจัดเรตชัดเจนพ่อแม่ไปค้นเจอเข้าก็แบบ อ้าว เห็นเป็นการ์ตูน อ้าว การ์ตูนโป๊ ก็เกิดการกวาดล้างขึ้น ทั้งวายไม่วายก็ต้องลงใต้ดิน ก็ทำให้สาววายส่วนใหญ่เลยคิดว่าฉันปิดๆ ดีกว่า เงียบๆ ดีกว่าอะไรแบบนี้ คนที่เราไปถามเขา เราถามเลยนะว่าเปิดตัวไหมว่าเป็นสาววาย บอกแค่ที่บ้าน บอกเพื่อน หรือไม่บอกใครเลย บางคนก็บอกแค่เพื่อน หลายๆ คนเจอความไม่เข้าใจมาเยอะมาก แบบโอ้ยทำไมชอบอะไรแบบนี้เป็นโรคจิตรึเปล่า ผู้ชายด้วยกันผู้หญิงด้วยกัน นี่ผิดเพศรึเปล่าเนี่ย เรารู้สึกแบบ เฮ้ย เขาแค่ชอบอะทำไมถึงพูดถ้อยคำอะไรแบบนี้”

แต่ถึงแม้ใครๆ จะมองว่าสาววายผิดแปลกไปจากสังคมหรือถึงขั้นไม่ให้การยอมรับยังไง แต่เธอกลับมองมันต่างออกไปและอยากให้ทำความเข้าใจ “มันก็เป็นอีกหนึ่งในความหลากหลายของสังคมเราที่มันมี เราก็อยากจะเล่าให้อีกหลายๆ คนให้เข้าใจหลายๆ ครั้งมันเป็นแรงผลักดันในชีวิตให้กับสาววายด้วยซ้ำ อย่าง อยากจะเรียนภาษาที่สาม อยากเก็บเงินไปคอนเสิร์ต บางคนหาเงินได้เยอะมาก หาเงินได้จากสิ่งที่ตัวเองชอบ เราว่าอันนี้มันเป็นเรื่องที่มีคุณค่ามากๆ ไม่ใช่เรื่องที่จะมาว่าเขาไร้สาระจังเลยนู่นนี่นั่น ซึ่งกับแค่สาววายหรือที่ถูกเรียกว่าเป็นติ่งเกาหลี เราว่าทุกคนสุดท้ายแล้วทำแล้วเขามีความสุขสร้างแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิตต่อ เราว่ามันมีคุณค่าในตัวของมัน จริงๆ แล้วสาววายก็ไม่ใช่อะไรที่ อันนี้คือสาววายฉันต้องจำแนกเธอ เขาก็คือคนธรรมดาเหมือนเราแล้วเขาก็มีความรักความชอบอะไรแบบนั้นแค่นั้นเองไม่ได้เป็นเรื่องแปลกหรือว่าอะไร”

และอีกประเด็นหนึ่งที่หลายคนสงสัย ถ้าชอบจิ้นให้ผู้ชายได้กับผู้ชายแล้วสาววายจะชอบเพศเดียวกันด้วยไหม
“ไม่นะ น้อยมาก น้อยมากจริงๆ เหมือนบางคนก็รู้สึกว่าก็น่ารักดีแต่ก็ชอบผู้ชายอยู่นะ อย่างรุ่นน้องเราเขาก็บอกเลยตั้งแต่เล่าตอนแรกว่าแม่ก็เคยมาถามด้วยว่าไม่ชอบผู้ชายแล้วเหรอ ทำไมอยากให้ผู้ชายได้กัน เขาก็บอกเปล่าแม่ยังชอบผู้ชายอยู่ ชายชายไม่เท่าไหร่ คนที่จิ้นหญิงๆ จะแบบ เป็นทอมใช่ไหม เป็นดี้ใช่ไหม บางคนอาจจะรู้สึกว่ามันใกล้ตัวดีเราก็มีเพื่อนผู้หญิงรักกันมันก็จินตนาการได้ ไม่ใช่จะต้องมาซีเรียสว่าเฮ้ย ฉันต้องชอบผู้หญิงจริงๆ หรือว่าอะไร ถ้าเกิดชอบจริงๆ ขึ้นมามันก็คือความรักแบบหนึ่งเท่านั้นเอง”

แต่สำหรับหนังสือหัวใจ y ของเธอเอง ยังยืนยันว่าเป็นหนังสือสำหรับทุกคน ใครๆ ก็อ่านได้ไม่ได้เน้นกลุ่มสาววายกลับเป็นกลุ่มคนทั่วไปที่อยากรู้จักโลกของสาววาย หรือ อยากเข้าใจเรื่องเหล่านี้ “คือจริงๆ หนังสือเล่มนี้เขียนเพื่อคนทั่วไปเลยนะ เพราะว่าเรารู้สึกว่าถ้าสาววายไปอ่านเองอาจจะเป็นแค่การเช็คว่า อ๋อ อันนี้นะถูกๆ เพราะที่เราเขียนคือเรื่องที่เขารู้อยู่แล้ว จิ้นกันอย่างนี้ ศัพท์อันนี้เขารู้อยู่แล้ว เราก็ได้อ่านฟีดแบ็กจากคนอ่าน เพื่อนที่เป็นสาววายจริงๆ ก็บอกว่า เออ แค่นี้เอง เหมือนไม่ได้ละเอียดพอ รู้อยู่แล้ว แต่ในขณะเดียวกันคนที่ไม่เคยรู้เลยคนที่อายุมากๆ ไปแล้ว ไปอ่านเขาก็ เฮ้ย อ่านแล้วเข้าใจดี แล้วก็ไม่ใช่แค่เข้าใจกับสาววาย เข้าใจคนอื่นๆ ติ่งเกาหลีหรือเด็กในสังคมไทยต่อไปนี้เราจะไม่ไปว่าเด็กๆ ละ เพราะจริงๆ แล้วพวกเขาจะทำอะไรแล้วมีประโยชน์กับตัวเอง สร้างประโยชน์กับคนอื่นได้ จริงๆ เราก็เขียนให้คนทั่วไปแหละ เพราะว่ามันละเอียดมากอธิบายตั้งแต่ที่มาของมัน ประวัติศาสตร์ชายรักชายนะ แล้วก็เรื่องต่างๆ ว่าทำไมเขาถึงจิ้น แหล่งรวมตัวสาววายเขารวมตัวกันที่ไหน ในอนาคตสาววายจะถามตัวเองว่าคุณจะคิดว่าถ้าคุณอายุมากไปคุณจะเลิกเป็นสาววายไหม เขาจะบอกว่า ส่วนใหญ่นะ เขาบอกว่า เออ ก็คงไม่เลิกหรอก มันอาจจะหายไปบ้างตามอายุ แต่ถ้าจะบอกว่าถ้าอายุ 25 ฉันจะเลิกนะ ก็คงไม่ใช่ เขาคงชอบอย่างนี้ไปเรื่อยๆ คงไม่มีวันหมดอายุอะไรแบบนี้” โดยเธอยังบอกกับเราว่าสาววายที่เคยทำแบบสอบถามให้มีอายุเยอะสุดถึง 42 ปี ทำให้เราเข้าใจได้ว่ากลุ่มสาววายนั้นไม่ได้เป็นเพียงกลุ่มเด็กเท่านั้น ยังมีผู้คนอีกหลากหลายที่เราไม่เคยรู้ว่าพวกเขามีรสนิยมแบบไหนหรือเป็นยังไง ถ้าหากเราลองเปิดใจ ไม่ใช่กับแค่เรื่องสาววายไม่วาย ไม่ว่ากับเรื่องอะไร เรา อาจจะพบประสบการณ์หรือมุมมองดีๆ จากเรื่องที่เราคาดไม่ถึงก็ได้

อ่านตัวอย่างหนังสือได้ที่นี่ : https://minimore.com/b/y-girls